การเมือง
ไทยยังไม่พร้อมให้สัมปทาน ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ ชี้ ขาด กม.รองรับ-เทคโนโลยี นักวิชากร มธ. แนะรอรัฐบาลใหม่เคาะ-เปิดดีลกว้างทุกประเทศ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รศ. ดร.จารุประภา รักพงษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เผยว่า ในช่วงเวลาอันใกล้ โดยเฉพาะภายในปีนี้ ประเทศไทย ยังไม่มีความพร้อมและความจำเป็นที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน ห่วงโซ่อุปทานการผลิตแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earths) เนื่องจาก ขาดกฎหมายรองรับ ในการควบคุมดูแลอุตสาหกรรมนี้โดยเฉพาะ รวมถึงยัง ขาดความพร้อม ด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตที่เหมาะสมที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งอุตสาหกรรมแร่แรร์เอิร์ธนั้นถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความ สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นวงกว้างได้
นอกจากนี้ รศ. ดร.จารุประภา มองว่า รัฐบาลรักษาการ ในปัจจุบันไม่เหมาะสมที่จะผลักดันการให้ สัมปทาน เพื่อผลิตหรือขุด แร่แรร์เอิร์ธ หรือแม้แต่การนำเข้าแร่มาผลิตต่อ ควรจะรอให้ รัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งมาจากการเลือกตั้งและได้รับ ฉันทามติจากประชาชน เข้ามาดำเนินการผลักดันจะเหมาะสมกว่า โดยเน้นย้ำว่าก่อนการผลักดัน ประเทศไทย จำเป็นต้องมีกฎหมาย เพื่อกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานการผลิตแร่แรร์เอิร์ธให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งต้องผ่านกระบวนการถกเถียงและมติเห็นชอบจาก รัฐสภา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันสามารถและควรดำเนินการได้ คือการ เตรียมความพร้อม ทั้งมิติการศึกษา การร่างข้อกฎหมาย หรือการหามาตรการควบคุมป้องกันผลกระทบ รวมถึงการสำรวจหาพื้นที่ที่มีแร่อย่างเป็นทางการภายใต้กรอบของกฎหมายและการสำรวจที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ พร้อมทั้งรับเอาการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมนี้จากทั้ง สหรัฐฯ (United States of America) หรือประเทศอื่น ๆ ที่เข้ามายื่นข้อเสนอ
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ยังระบุถึงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้าน แร่แรร์เอิร์ธ ที่ไทยทำกับ สหรัฐฯ ว่า ไม่ได้มีผลผูกพันเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย ดังนั้น หากมีการเจรจารายละเอียดอีกครั้ง ประเทศไทย ควรแสดงท่าที เปิดกว้าง รับความร่วมมือและการลงทุนจากประเทศอื่น ๆ ด้วย เช่น สหภาพยุโรป (EU) หรือ จีน (China) โดยให้ยึดหลักการสำคัญที่ขึ้นอยู่กับ ข้อเสนอ ที่มีความน่าสนใจที่สุด ซึ่งข้อเสนอนั้นไม่ควรพิจารณาแค่จำนวนเงิน แต่ควรรวมถึงมาตรการเรื่องการ คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการ ถ่ายทอดองค์ความรู้-เทคโนโลยี ที่ดีกว่าด้วย การดำเนินการที่ไม่เอนเอียงไปยัง สหรัฐฯ มากเกินไปจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของไทยในเวทีระหว่างประเทศและส่งสัญญาณไปยัง จีน ว่าไทยยังคง รักษาสมดุล ทางการค้า
“สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการปรับปรุง ข้อกฎหมายตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อป้องกัน มลพิษข้ามแดน จากเหมือง แร่แรร์เอิร์ธเถื่อน ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่วนหนึ่งกำลังสร้างมลพิษทางสิ่งแวดล้อมให้กับ แม่น้ำกก ของไทยในเวลานี้… หากตรวจสอบย้อนกลับแล้วพบว่ามีที่มาจากเหมืองแร่ที่ก่อให้เกิดมลภาวะ ก็ควรจะยุติการนำเข้าทันที เรื่องนี้เป็นประเด็นที่มีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลควรเร่งดำเนินการแก้ไข” รศ. ดร.จารุประภา กล่าวทิ้งท้าย โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการนำเข้าแร่จากเหมืองที่ก่อ มลภาวะทางน้ำและทางอากาศ ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ รัฐบาล ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน
