Connect with us

ข่าว

ใช้ AI ในงานคดีได้ไหม ? ควรพิจารณาอะไรบ้าง ? จากคำแนะนำของประธานศาลฎีกา เน้นย้ำกฎเหล็กห้ามใช้ตัดสินความ

Published

on

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่ากว่า 40% ของโครงการ Agentic AI อาจถูกยกเลิกภายในปี 2570 สาเหตุจากต้นทุนที่สูงขึ้น คุณค่าไม่ชัดเจน และการบริหารความเสี่ยงไม่เพียงพอ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกาได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปฏิบัติงานคดี เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568 โดยเน้นย้ำให้ผู้ใช้งานต้องใช้ด้วยความรับผิดชอบสูงสุดต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรม และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้พิพากษา ต้องยึดมั่นในความเป็นอิสระในการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดคดี และห้ามใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ วิเคราะห์ความน่าจะเป็นของข้อเท็จจริงเพื่อนำมาใช้วินิจฉัยชี้ขาดคดีโดยเด็ดขาด

คำแนะนำดังกล่าวอ้างอำนาจตามมาตรา 5 แห่ง พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ระบุว่าการนำ AI มาใช้ในการปฏิบัติงานของผู้พิพากษาต้องธำรงไว้ซึ่งหลักการสำคัญในการพิจารณาพิพากษาคดีด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยกำชับว่าการใช้เทคโนโลยีนี้ต้องไม่เป็นการเปิดเผยความลับของทางราชการ หรือนำข้อมูลส่วนบุคคลในคดีไปใช้กับ AI

นอกจากนี้ คำแนะนำยังระบุถึงข้อควรระวังในการใช้ AI โดยให้ตระหนักถึงข้อจำกัดที่อาจเกิดจากความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลที่ใช้ประมวลผล อคติทางอัลกอริทึม รวมถึงขีดความสามารถในการเรียนรู้หรือประมวลผลของเทคโนโลยี

คำแนะนำอนุญาตให้ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อช่วยศาลในงานธุรการหรือวิชาการได้ เช่น การสืบค้นข้อมูล การคำนวณทางคณิตศาสตร์ การจัดหมวดหมู่ข้อมูล การวางแผนบริหารจัดการคดี การสรุปข้อมูล หรือจัดเตรียมข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการพิจารณาหรือพิพากษาคดี และการจัดทำร่างเอกสาร แต่ผู้ใช้งานก็ยังต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่เป็นผลลัพธ์จาก AI เสมอ และหากมีการใช้ข้อมูลจาก AI ในทางคดี ก็ควรมีการเปิดเผยถึงการใช้ข้อมูลดังกล่าวด้วย

Advertisement

คำแนะนำยังระบุให้ สำนักงานศาลยุติธรรม คัดสรร AI ที่เหมาะสมและน่าเชื่อถือไว้ใช้ในราชการศาลยุติธรรมเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนด้วยความเท่าเทียม โดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความลับของทางราชการตามกฎหมายด้วย

Continue Reading
Advertisement