ข่าว
วอลโว่ คาร์ เผยแผนบุกตลาดซีดานด้วย ES90 ยืนหยัดไม่ใช้กลยุทธ์ลดราคาแบบเจ้าอื่น พร้อมระบุ Battery Center ในไทยยังไม่ยกเลิก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย (Volvo Cars Thailand) โชว์ความพร้อมในการกลับมาทำตลาดรถยนต์ซีดานในประเทศไทยอีกครั้ง หลังห่างหายไปนาน ด้วยการเปิดตัว ES90 รถซีดานพรีเมียมที่มาพร้อมจุดเด่นด้านความสูงจากพื้นถนน (Ground clearance) และรูปทรง Fastback ที่ยังไม่มีคู่แข่งในตลาดไทยขณะนี้ พร้อมแสดงจุดยืนในการดำเนินกลยุทธ์ด้านราคาที่เน้นความคุ้มค่าและมูลค่าคงเหลือของรถในระยะยาว มากกว่าการใช้กลยุทธ์ ‘ลดราคา’ เพื่อสร้างส่วนแบ่งทางการตลาด
คริส เวลส์ (Chris Wailes) กรรมการผู้จัดการ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย ระบุว่า การเปิดตัว ES90 พรีเมียม คาดว่าจะทำให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดไทยได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีจุดเด่นด้านความสูงและรูปทรงที่แตกต่างจากรถซีดานทั่วไป อีกทั้งตัวรถยังมีส่วนของชิ้นส่วนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลด้วย อย่างไรก็ตาม ตลาดรถหรูในปีนี้ วอลโว่จะยังคงมอบรถยนต์ในราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าให้กับลูกค้า โดยหลีกเลี่ยงการใช้กลยุทธ์การลดราคา ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุดในการทุ่มสร้างส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ก็มีผลเสียที่สุดเช่นกัน
“สำหรับวอลโว่เอง ไม่เลือกกลยุทธ์การลดราคานี้เพื่อไม่ให้เสียตำแหน่งทางธุรกิจของเราด้วย เรานึกถึงใจลูกค้า ไม่อยากให้เขารู้สึกเสียใจว่า ซื้อรถวันนี้แล้วพรุ่งนี้ราคาลดลง เพราะเราเองก็ต้องมองอนาคตด้วย ทั้งมูลค่าของรถ ราคามือสอง และอื่นๆ” นายเวลส์กล่าว พร้อมเสริมว่า การคงส่วนแบ่งทางการตลาดสามารถทำได้มากกว่าแค่การลดราคา แต่สามารถมอบบริการอื่น ๆ แทนส่วนลดจำนวนมากที่สามารถซื้อใจลูกค้าได้เช่นกัน
นายเวลส์ยังได้แสดงความเห็นต่อ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2569 โดยมองว่า เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลในการประกาศนโยบายต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามและปรับตัว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% ทันทีนั้นเป็นไปได้ยาก แต่การเปลี่ยนเป็น รถยนต์ไฮบริด จะช่วยให้ผู้ใช้ปรับพฤติกรรมได้ง่ายกว่า ดังนั้น มาตรการภาษีใหม่ ที่จัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฮบริดมากกว่าเดิม จึงดูไม่สมเหตุสมผลนัก
ขณะเดียวกัน แผนการเปิดตัวรถยนต์โมเดลใหม่ในปีหน้า วอลโว่ได้วางแผนไว้อย่างน้อย 1-2 รุ่น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนโครงการ โรงงานแบตเตอรี่ (Battery Center) ในไทยนั้น นายเวลส์ยืนยันว่ายังไม่ยกเลิกโครงการ แม้จะมองว่ายังไม่เหมาะสม ณ เวลานี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของไทย ซึ่งในช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย โดยสิ่งที่สามารถหนุนตลาด ยานยนต์ ในเวลานี้คือการปล่อยกู้ที่มากขึ้นของธนาคารและไฟแนนซ์ แต่ปัจจุบันยังพบว่า อัตราการปฏิเสธการกู้ซื้อรถยนต์ ในไทยยังคงสูงมาก ซึ่งทำให้คาดการณ์อนาคตได้ยาก
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์จะยังคงที่และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังพอขับเคลื่อนไปได้ แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนของเงิน เพื่อให้คนกล้าออกมาใช้จ่ายและนำไปสู่การสร้างร่ยได้และนำมาจ่ายหนี้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจมีโอกาสดีขึ้น
ในส่วนของผลงาน 9 เดือนที่ผ่านมา นายเวลส์ระบุว่า “ถ้าให้พูดจริง ๆ ก็มองว่า ผลงานที่ผ่านมาก็พอดูโอเค” แต่ก็ยอมรับว่าการบอกว่าพอใจมากคงเป็นไปได้ยากในฐานะประธานบริษัทด้วยสภาพการณ์แบบนี้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอาจต้องรอหลังการเลือกตั้งและรอรัฐบาลใหม่ประกาศนโยบายที่กว่าจะส่งผลจริงก็คงต้องรอช่วงปลายปี
