ข่าว
เปิดเลนส์ “สองเจน สองขุมพลัง” เจาะลึก Gen Z และ Gen Horizon กุญแจขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่
สำนักข่าวบริคอินโฟ – MI GROUP (บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด) เปิดเผยผลการศึกษาเชิงลึกภายใต้หัวข้อ “เปิดเลนส์ สองเจน สองขุมพลัง” ที่ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของกลุ่มผู้บริโภค 2 เจเนอเรชันหลัก ได้แก่ Gen Z (Early Force) และ Gen Horizon หรือกลุ่ม Pre-Silver Generation (วัย 45–59 ปี – Future Force) ในฐานะ “พลังการจับจ่ายหลัก” ที่กำลังขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมการบริโภคของประเทศอย่างสมดุล การวิจัยนี้ของ MI LEARN LAB มุ่งเน้นการทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคทั้งสองกลุ่ม เพื่อนำเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับ นักการตลาด และ แบรนด์ ที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน
MI GROUP ชี้ Gen Z และ Gen Horizon คือสองขุมพลังเศรษฐกิจที่มองข้ามไม่ได้
นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Growth Officer ของ MI Group กล่าวว่า Gen Z และ Gen Horizon เป็นสองกลุ่มที่มีทั้งจำนวนประชากรขนาดใหญ่และมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจสูง โดยเฉพาะด้าน ‘พลังการจับจ่าย’ ที่สะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจของคนไทยในสองช่วงวัยนี้ งานวิจัยของ MI LEARN LAB จึงต้องการนำเสนอเลนส์ใหม่ในการทำความเข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ และ คุณค่า ของพวกเขา เพื่อถอดออกมาเป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์ แม้จะมีงานวิจัยเกี่ยวกับ Gen Z อยู่มาก แต่ MI LEARN LAB ยังให้ความสำคัญกับ Gen Horizon (วัย 45–59 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังนิยาม ‘วัยเกษียณใหม่’ หรือ New Retirement Economy ที่มี กำลังซื้อ สูงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ารุ่นก่อน โดยสรุปแล้ว ข้อมูลนี้คือ ‘โอกาสทางการตลาด’ และ Framework เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ นักการตลาด ออกแบบแคมเปญที่ตอบโจทย์ปัจจุบันและสร้างรากฐานที่ยั่งยืนในอนาคต
Gen Horizon: Future Force ผู้กำหนดอนาคตของวัยทำงานและวัยเกษียณไทย
นายพศธร สุขอัมพร New Business Development Director, MI GROUP เผยว่า Gen Horizon คือกลุ่มที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความรับผิดชอบและการเริ่มต้นใหม่ พวกเขาคือกุญแจสำคัญที่ แบรนด์ ควรเข้าใจ งานศึกษาของ MI LEARN LAB ที่ครอบคลุมกลุ่มคนวัย 45–59 ปี พบว่า ‘ความมั่นใจคือทุนชีวิตใหม่’ ของ Gen Horizon แม้จะเป็นช่วงอายุที่มีรายได้สูงสุด แต่กว่า 62% ยังรู้สึกไม่พร้อมต่อ วัยเกษียณ และ 68% ยังพึ่งพาเงินสดเป็นหลัก ซึ่งสะท้อนความไม่มั่นใจทาง การเงิน นอกจากนี้ มีเพียง 35% ที่ตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนใหญ่กังวลเรื่อง โรคเรื้อรัง และ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ด้านที่อยู่อาศัย 42% ยอมรับว่าบ้านยังไม่พร้อมต่อการเป็นบ้าน ผู้สูงอายุ ซึ่งเปิดโอกาสให้กับธุรกิจ สมาร์ทโฮม และบริการดูแลผู้สูงอายุ
สาระสำคัญ ที่น่าสนใจคือ Gen Horizon กำลังเปลี่ยนจากแนวคิดชีวิตแบบสามช่วง (เรียน–ทำงาน–เกษียณ) มาสู่ ชีวิตหลายช่วง (Multi-Stage Life) ที่สามารถเรียนรู้และเริ่มต้นใหม่ได้ตลอดเวลา พวกเขาให้ความสำคัญกับ ความหมาย ความสัมพันธ์ และ คุณค่า ต่อสังคมมากขึ้น จากเดิมที่เน้นสถานะและทรัพย์สิน กลุ่มนี้คือ ‘พลังการจับจ่ายที่มั่นคงของปัจจุบัน’ ที่ขับเคลื่อนตลาดกลางถึงบนของไทย
แนวทางสำหรับ แบรนด์ คือการ Empower Reinvention เพื่อสร้างพลังให้กับการเริ่มต้นใหม่หรือการเปลี่ยนอาชีพ การ Build Ecosystems ที่ผสาน การเงิน สุขภาพ และ ไลฟ์สไตล์ เข้าด้วยกัน และการ Lead with Meaning เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่ทำให้พวกเขารู้สึกมี คุณค่า และมีบทบาทสำคัญ “แบรนด์ที่สามารถช่วยให้ Gen Horizon ใช้ชีวิตและวางแผนอนาคตอย่างมั่นใจ จะไม่เพียงได้ใจพวกเขา แต่ยังได้ความไว้วางใจตลอดชีวิต” นายพศธรกล่าว
Gen Z: Early Force พลังวัยต้นและกำลังซื้อแห่งอนาคต
นายณัฐพันธุ์ ไพรัชวรรณ Strategic Planning Manager, MI GROUP กล่าวว่า Gen Z คือตัวแทนของ Early Force ซึ่งเป็นพลังวัยต้นที่กำลังกำหนด อนาคตการบริโภค และวัฒนธรรมใหม่ของประเทศ พวกเขาจะกลายเป็น กำลังซื้อหลัก ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า งานวิจัยของ MI LEARN LAB ที่ถอดรหัสพฤติกรรม Gen Z (อายุ 13–28 ปี) พบว่า Moment of Life (วัยเรียน, มหาวิทยาลัย, วัยทำงานตอนต้น) มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจและ พฤติกรรม การใช้จ่ายแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ Gen Z วัยเรียนสนใจสินค้าจาก “กลุ่มเพื่อน” ขณะที่วัยมหาวิทยาลัยจะ เปรียบเทียบราคา ส่วนวัยทำงานตอนต้นให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของสินค้า” เป็นหลัก
การบริโภคของ Gen Z ถูกเรียกว่า Spending as Identity กล่าวคือ การบริโภค เท่ากับการแสดงออกซึ่ง ตัวตน ไม่ใช่แค่การซื้อสินค้า พวกเขามี Spending Priority สูงในหมวด บริการด้านความงาม (Beauty Services), ของแต่งบ้าน (Home Furnishing), ความบันเทิง (Entertainment) และ เสื้อผ้าและเครื่องประดับ (Clothing & Accessories) การใช้จ่ายของพวกเขาไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย ‘ราคา’ แต่ด้วย ‘คุณค่าทางอารมณ์และการแสดงตัวตน’ ทำให้พวกเขากลายเป็นพลังผู้บริโภครุ่นใหม่ที่กำลังนิยามตลาดในอนาคต
ในระดับ คุณค่าภายใน (Individual Core) Gen Z คือเจเนอเรชันที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน พวกเขาให้ความสำคัญกับ “คุณค่าภายใน ในแบบของตัวเอง” ซึ่งไม่ใช่ในเชิงเห็นแก่ตัว แต่คือการใส่ใจ สุขภาพจิต ภาพลักษณ์ และคุณค่าชีวิตที่แท้จริง ผลการศึกษาพบว่า Gen Z ต้องการ แบรนด์ ที่ “เข้าใจ” มากกว่า “เสนอขาย” โดยเฉพาะ The 4 Cares of Gen Z ที่สะท้อนความต้องการ อาทิ การแคร์ ความสุขปัจจุบัน (สุขภาพจิต และสมดุลชีวิต), การแคร์ ภาพลักษณ์ภายนอก เพื่อ แสดงตัวตน และการแคร์ พื้นที่ส่วนตัว ตลอดจนการแคร์ การได้ค้นหาและลงมือเอง การมอง Gen Z ในฐานะ ‘มนุษย์คนหนึ่ง’ ที่มีหลายบทบาท จะทำให้ แบรนด์ เข้าใจได้อย่างลึกซึ้งและออกแบบ กลยุทธ์ ที่สื่อสารได้ตรงใจและยั่งยืน
นางสาววรินทร์ ทินประภา กล่าวปิดท้ายว่า “สองเจนนี้ไม่ได้แทนกัน แต่กำลังขับเคลื่อน พลังการจับจ่าย และ เศรษฐกิจไทย ในทิศทางคู่ขนาน การเข้าใจ Gen Z = Early Force และ Gen Horizon = Future Force คือการเปิดเลนส์ใหม่ให้เห็น สองขุมพลังผู้บริโภค ร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ… แบรนด์ ที่เข้าใจและเชื่อมโยง พลังการจับจ่าย ตั้งแต่ Early Force ถึง Future Force จะเป็นแบรนด์ที่ยืนหยัดได้อย่างยั่งยืนในตลาดอนาคต”
