ข่าว
เปิดข้อสันนิษฐาน จาก รฟม.-ผู้รับเหมา ถนนสามเสน หน้าวชิรพยาบาล ทรุดตัว พร้อมไทม์ไลน์ คาดแก้ไขแล้วเสร็จใน 2 สัปดาห์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พร้อมด้วยกิจการร่วมค้า ซีเคเอสที – พีแอล (CKST – PL Joint Venture) ผู้รับจ้างก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ได้แสดงเจตจำนงขออภัยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยยืนยันที่จะเร่งแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
สรุปไทม์ไลน์ ถนนสามเสน หน้าวชิรพยาบาล ทรุดตัว
- เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2568 โดยเริ่มมีผู้สังเกตเห็นถนนทรุดตัวประมาณ 20 เซนติเมตร ในพื้นที่ก่อสร้างสัญญาที่ 1 งานก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน
- ต่อมาเวลาประมาณ 05.30 น. เริ่มมีน้ำเอ่อท่วมถนนที่มีการทรุดตัวเนื่องจากมีท่อประปาแตก จึงได้แจ้งการประปานครหลวงให้ทราบ เพื่อเข้าแก้ไขสถานการณ์
- กระทั่งเวลา 07.00 น. พื้นถนนสามเสนเริ่มทรุดตัวตกลงเป็นโพรง และขยายวงกว้างเรื่อยๆ เสาไฟฟ้าถูกดึงลงด้านล่างของถนน ไฟฟ้าเริ่มดับ และเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ จนต้องปิดการจราจรตั้งแต่แยกวชิระถึงแยกซังฮี้ ผิวจราจรทรุดตัวลึกกว่า 0.50 เมตร เป็นวงกว้าง รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ และในเวลาต่อมาผิวจราจรได้ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดหลุมยุบขนาดประมาณ 30 x 30 เมตร ความลึก 20 เมตร หลุมยุบนี้อยู่ติดกับด้านทิศเหนือของโครงสร้างสถานีรถไฟฟ้าวชิรพยาบาล

ทุกอย่างเสร็จแล้ว เหลือแค่ตกแต่งและคืนผิวถนน
ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวมีงานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าวชิรพยาบาล และอุโมงค์ทางวิ่ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก 6.30 เมตร เป็นอุโมงค์แบบซ้อนกัน บน-ล่าง (Stacked Tunnels) ซึ่งโครงสร้างงานโยธาหลักทั้งหมดแล้วเสร็จมากว่า 3 เดือนแล้ว คงเหลือเพียงงานด้านสถาปัตยกรรม การติดตั้งงานระบบไฟฟ้าเครื่องกล และคืนพื้นผิวจราจรเท่านั้น
แต่ภายหลังเกิดเหตุการณ์พบว่า ดินและน้ำจากท่อประปาและท่อระบายน้ำปริมาณมากได้ไหลเข้าไปสะสมอยู่ในโครงสร้างสถานีรถไฟฟ้าวชิรพยาบาล เป็นระยะยาว 50 เมตร รวมถึงอุโมงค์ทางวิ่งรถไฟฟ้า
ข้อสันนิษฐาน จาก รฟม.-ผู้รับเหมา
ในการแถลงสัญนิษฐานเบื้องต้น ว่า อาจเกิดจากมีน้ำประปารั่วในชั้นดิน ร่วมกับเหตุจากฝนตกหนักต่อเนื่องทุกวัน ทำให้ชั้นดินแข็งระหว่างอุโมงค์ทางวิ่งทั้ง 2 ชั้น เสียเสถียรภาพ และเกิดการทรุดตัวของดินรอบสถานีอย่างรวดเร็วและมากผิดปกติ จนส่งผลให้ท่อน้ำประปาขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร ฉีกขาด มีน้ำรั่วออกมาและมีแรงดันสูงมาก ทำให้ดินข้างเคียงเสียเสถียรสภาพไหลลงเข้าในสถานีรถไฟฟ้า ผ่านช่องว่างระหว่างขอบอุโมงค์กับโครงสร้างสถานีรถไฟฟ้า และด้วยแรงดันมหาศาลทำให้ช่องว่างนี้ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ดินและน้ำจำนวนมากที่ไหลเข้าไปในสถานีและอุโมงค์ทำให้พื้นผิวถนนข้างสถานีทรุดตัวเป็นวงกว้างเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ดังกล่าว

การแก้ไขเบื้องต้น
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พร้อมด้วย กิจการร่วมค้า ซีเคเอสที – พีแอล และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน PMCSC 1 โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ยืนยันพร้อมรับผิดชอบ ดูแลแก้ไขปัญหาให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และจะเยียวยาประชาชน ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างดีที่สุด โดย รฟม. ได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาผู้รับผลกระทบ โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์ และลงพื้นที่ดูแลทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบทันที
ในส่วนของการแก้ไขสถานการณ์ รฟม. ตั้งเป้าหมายที่จะหยุดการเคลื่อนตัวของดินให้ได้เร็วที่สุด เพื่อจำกัดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไม่ให้ขยายตัวอีก โดยเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ ได้เร่งดำเนินการปิดจุดที่ดินและน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าบริเวณผนัง D-Wall สถานีด้านทิศเหนือ โดยใช้วิธีถมถุงทรายลงไปปิดรอยรั่วของอุโมงค์ประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตร และถมหินคลุก แล้วเทคอนกรีตหนา 3-4 เมตร เพื่อป้องกันการไหลของดินเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้าและอุโมงค์ จากนั้นจึงทำการถมทรายขึ้นมาจนถึงระดับดินเดิมแล้วคืนสภาพผิวจราจร
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้ รฟม. ตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. เพื่อยืนยันความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดย รฟม. ได้ดำเนินการตรวจสอบในจุดต่างๆ แล้ว ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานการก่อสร้าง

แผนการแก้ไขและซ่อมระยะต่อไป
ปัจจุบัน รฟม. ได้ประชุมร่วมกับ ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา กิจการร่วมค้า ซีเคเอสที – พีแอล และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน PMCSC 1 รวมถึงผู้ออกแบบ บริษัท AECOM ซึ่งเป็นดีไซเนอร์ชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาแล้ว มีข้อสรุปว่า จะเร่งดำเนินการแก้ไขเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย
- ระยะที่ 1 เร่งการคืนสภาพผิวจราจรภายใน 14 วัน เพื่อลดผลกระทบด้านจราจรให้ประชาชน
- ระยะที่ 2 : เร่งดำเนินการซ่อมแซมโครงสร้างอาคารโดยรอบที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้รับจ้างจะรับผิดชอบดูแลแก้ไขปัญหาให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงจะเยียวยาประชาชน ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างดีที่สุด
ทั้งนี้ รฟม. ขอให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่า ทุกๆ การดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า ของ รฟม. ได้ดำเนินการภายใต้มาตรฐานการก่อสร้าง มีการออกแบบ ควบคุมการก่อสร้าง และความปลอดภัยตามหลักวิศวกรรมทุกขั้นตอน โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รฟม. และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะร่วมกันตรวจเพื่อหาต้นตอต้นเหตุที่แท้จริง เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
