ข่าว
ผู้นำอาเซียนร่วมเปิดตัวศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงอายุที่มีศักยภาพและนวัตกรรม
กรุงเทพฯ, 3 พ.ย. (ซินหัว) — เช้าวันอาทิตย์ (3 พ.ย.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย ขึ้นกล่าวในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงประเด็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน โดยระบุว่า “อาเซียนจำเป็นต้องมีกระบวนทัศน์ใหม่สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีพลวัต มีความยั่งยืนและครอบคลุมทุกภาคส่วนไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์และการรักษาสภาพแวดล้อมควบคู่กันไป”
ทั้งนี้ ในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ผู้นำอาเซียนยังได้ร่วมกันเปิดตัวศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงอายุที่มีศักยภาพและนวัตกรรม (ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation – ACAI) โดยศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงอายุฯ จะตั้งอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
สืบเนื่องจากอาเซียนตระหนักดีถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและความจำเป็นอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับผู้สูงอายุในภูมิภาค
ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงอายุฯ มีพันธกิจในการทำหน้าที่เป็นศูนย์ความรู้ด้านผู้สูงอายุที่มีศักยภาพและนวัตกรรม สนับสนุนนโยบายสาธารณะ ยุทธศาสตร์ และแนวทางด้านผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ เสริมสร้างขีดความสามารถและดำเนินการวิจัยและพัฒนาที่สนับสนุนผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ ตลอดจนช่วยสนับสนุนการดำเนินความร่วมมือในด้านนี้ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและหุ้นส่วนต่างๆ ทั้งในภูมิภาคและระหว่างประเทศ
การจัดตั้งศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงอายุฯ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการลงทุนเพื่ออนาคตของอาเซียนที่จะสนับสนุนการเป็นประชาคมอาเซียนที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและมองสู่อนาคต และเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์ที่สนับสนุนแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”
อนึ่ง ข้อมูลปี 2015 จากกรมกิจการผู้สูงอายุ (DOP) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของประเทศไทย ระบุว่ากลุ่มประเทศอาเซียนส่วนใหญ่มีแนวโน้มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2030 โดยเฉพาะประเทศไทย บรูไน เวียดนาม และสิงคโปร์ ซึ่งจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society) ในปี 2050 ด้วยสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 30.07, 24.04, 21.05 และ 33.92 ตามลำดับ
