ข่าว
ผลสำรวจ Deloitte ชี้ “แบรนด์” ไม่ใช่ปัจจัยหลักตัดสินใจซื้อรถยนต์ในไทย ผู้บริโภคให้น้ำหนัก “คุณสมบัติ-สมรรถนะ-ราคา” มากกว่า
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รายงาน 2568 Global Automotive Consumer Study: Southeast Asia Perspectives ล่าสุดจาก Deloitte ประเทศไทย (Deloitte Thailand) เผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย พบว่าความภักดีต่อ แบรนด์รถยนต์ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับ คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ สมรรถนะของรถยนต์ และราคา เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ความต้องการรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สวนทางกับกระแสโลกที่มุ่งสู่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างชัดเจน
ผลสำรวจซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคกว่า 6,029 คนใน 6 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง 1,000 คนในประเทศไทย ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างจากแนวโน้มทั่วโลกหลายประเด็น โดยเฉพาะความต้องการรถยนต์ ICE ที่ปรับตัวสูงขึ้นในประเทศไทยจากร้อยละ 32 เป็นร้อยละ 36 และความนิยมใน รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 17 เป็นร้อยละ 21 ซึ่งสะท้อนความต้องการทางเลือกที่ยืดหยุ่นในการใช้งานจริง ในทางกลับกัน ความนิยมใน รถยนต์พลังงานแบตเตอรี่ (BEV) เริ่มทรงตัว โดยผู้บริโภคยังคงกังวลเรื่องราคา ระยะทางในการขับขี่ และระยะเวลาในการชาร์จ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องสถานีชาร์จสาธารณะในไทยลดลงอย่างมากจากร้อยละ 46 เหลือเพียงร้อยละ 26 ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยด้านแบรนด์ไม่ได้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากนัก โดยผู้บริโภคชาวไทยถึงร้อยละ 67 พร้อมเปิดใจเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นในการซื้อรถคันถัดไป แม้ว่าร้อยละ 43 จะยังคงใช้แบรนด์เดิมกับคันก่อนหน้าก็ตาม ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในภูมิภาคที่ผู้บริโภคร้อยละ 70 พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรกที่ผู้บริโภคพิจารณาคือ คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ สมรรถนะของรถยนต์ และ ราคา ในขณะที่ภาพลักษณ์แบรนด์และความคุ้นเคยอยู่ในอันดับที่ 5 และ 6 บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณค่าที่จับต้องได้ของตัวรถยนต์มากกว่าชื่อเสียงของแบรนด์
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าคนไทยต้องการจำกัดการไปเยี่ยมชมตัวแทนจำหน่ายด้วยตนเอง โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 36 เป็นร้อยละ 73 แต่ยังคงต้องการสัมผัสรถยนต์จริงก่อนซื้อถึงร้อยละ 93 และทดลองขับรถยนต์ร้อยละ 90 ซึ่งสะท้อนความต้องการประสบการณ์ซื้อแบบผสมผสาน (Hybrid) ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับการที่รถยนต์ต้อง ประกอบในประเทศ สูงที่สุดในภูมิภาคถึงร้อยละ 71 สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพการประกอบรถยนต์ของไทย และยังไว้วางใจ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ (Dealer) มากกว่าผู้ผลิตในการบริหารจัดการข้อมูลของรถยนต์ ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
ในด้านเทคโนโลยี ผู้บริโภคในไทย (ร้อยละ 75) มองว่าการนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระบบยานยนต์เป็นประโยชน์ และร้อยละ 74 มองว่าการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติ โดยเกือบครึ่งหนึ่งแสดงความกังวลต่อการมี รถยนต์ไร้คนขับ (Robotaxi) ในพื้นที่ใกล้บ้าน และความกังวลเพิ่มสูงขึ้นในกรณีของรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติบนทางหลวง
คุณซองจิน ลี Southeast Asia Automotive Sector Leader, ดีลอยท์ เซาท์อีสท์เอเชีย กล่าวว่า “พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้ซื้อเริ่มมองรถยนต์ไม่ใช่เป็นเพียงสินทรัพย์การลงทุนระยะยาว แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องตอบสนองความต้องการในปัจจุบันและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง” พร้อมเสริมว่าแนวโน้มนี้บ่งชี้ว่ารถยนต์อาจเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่เคลื่อนไหวเร็ว (FMCG) มากยิ่งขึ้นในอนาคต
