Connect with us

ข่าว

เอปสัน เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องพิมพ์และโปรเจคเตอร์ใหม่ รับปี 2025 ชูเทคโนโลยีเพื่อสำนักงานที่ยั่งยืน

Published

on

เอปสัน ประเทศไทย เดินหน้าสู่ผู้นำตลาด B2B เปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท EcoTank และ WorkForce 7 รุ่น พร้อมโปรเจคเตอร์ธุรกิจ 15 รุ่น เน้นเทคโนโลยี Heat-Free ประหยัดพลังงาน และรองรับแนวคิด Green Office เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เอปสัน ประเทศไทย หรือ Epson (Thailand) ประกาศวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำตลาด B2B ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ผสานเข้ากับแนวคิดความยั่งยืน โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น ทั้ง เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ในกลุ่ม EcoTank และ WorkForce รวม 7 รุ่น และ โปรเจคเตอร์ สำหรับธุรกิจในซีรีส์ EB และโปรเจคเตอร์เลเซอร์อีก 15 รุ่น การเปิดตัวครั้งนี้มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของธุรกิจ การศึกษา และองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของเอปสันในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ของโลกในกลุ่ม เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ ซึ่งมียอดขายรวมทั่วโลกทะลุ 100 ล้านเครื่อง และเป็นผู้นำตลาดต่อเนื่อง 15 ปี รวมถึง โปรเจคเตอร์ ที่ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2544 สำหรับประเทศไทย เอปสันยังคงเป็นผู้นำในกลุ่ม เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 47% และ โปรเจคเตอร์ ที่ 51% สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานทั่วไปและภาคธุรกิจ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ เอปสันจึงดำเนินงานด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การขยายตลาด เครื่องพิมพ์ Epson EcoTank กลุ่ม Mid-High เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ กระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ Epson WorkForce และเสริมความแข็งแกร่งในตลาด โปรเจคเตอร์ธุรกิจ โดยเน้นกลุ่มความสว่างสูงที่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือห้องที่มีแสงจ้า

สำหรับ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ที่เอปสันเปิดตัวในครั้งนี้มีทั้งหมด 7 รุ่น ประกอบด้วย เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ Epson EcoTank Series 3 รุ่น ได้แก่ L4360, L6370 และ L6390 และอีก 3 รุ่นจาก Epson WorkForce Pro Series ได้แก่ EM-C800, EM-C8100 และ EM-C8101 รวมกับ AM-M5500 จากกลุ่ม Epson WorkForce Enterprise Series นายยรรยงระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาด เครื่องพิมพ์ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดย เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจนมีส่วนแบ่งถึง 57% ของตลาดรวม และสูงถึง 80% ในกลุ่ม เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาโซลูชันที่ประหยัด คุ้มค่า ใช้งานง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจากผลวิจัยตลาดยังพบว่า เอสเอ็มอี มากกว่า 72% ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน ทำให้ Epson EcoTank เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัว ปีนี้ เอปสันมุ่งเจาะตลาด เครื่องพิมพ์ระดับ Mid-High ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 15% ในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยกลุ่มนี้กำลังเข้ามาแทนที่ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน สีสันสวยงาม และต้นทุนการใช้งานที่ต่ำ เครื่องพิมพ์ กลุ่ม Mid-High ยังสร้างรายได้ให้เอปสันมากกว่ากลุ่ม Entry ถึง 2 เท่า เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักอย่าง เอสเอ็มอี มีปริมาณการพิมพ์สูง และต้องเปลี่ยนชุดหมึกบ่อยกว่าผู้ใช้ทั่วไป เอปสันตั้งเป้ายอดขาย เครื่องพิมพ์ กลุ่มนี้ในปีนี้ไว้ราว 35% ของตลาด พร้อมกับเปิดตัวรุ่นใหม่ ได้แก่ L4360, L6370 และ L6390 ที่โดดเด่นทั้งด้านความเร็ว ขนาดกะทัดรัด ความทนทาน และต้นทุนการใช้งานต่ำ ช่วยประหยัดทั้งค่าไฟและค่าบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เอปสันยังเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนด้วยการรับประกันความทนทานของ เครื่องพิมพ์ ที่เหนือกว่า โดยรับประกันสูงสุดถึง 50,000 แผ่นสำหรับรุ่น L4360 และ 100,000 แผ่นสำหรับรุ่น L6370 และ L6390 ซึ่งเป็นการรับประกันตามจำนวนการพิมพ์ที่ยาวนานที่สุดในตลาดปัจจุบัน

นายยรรยงยังได้กล่าวถึงตลาด เครื่องพิมพ์ ในภูมิภาคอาเซียนว่า “68% ของสำนักงานทั่วภูมิภาคอาเซียนยังเลือกใช้ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่มีความเร็ว 21-30 ipm เอปสันจึงได้พัฒนา EM-C800 ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันกระแสด้านความยั่งยืนก็กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งาน เครื่องพิมพ์ ในกลุ่มบริษัทธุรกิจทั่วภูมิภาคนี้เช่นกัน แต่ยังมีผู้บริหารองค์กร 34% ที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เครื่องพิมพ์เลเซอร์ สามารถนำเสนอคุณค่าด้านความยั่งยืนได้ดีกว่า เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เอปสันจึงเปิดตัว EM-C8100 และ EM-C8101 ที่เน้นจับกลุ่มสำนักงานที่มองหา เครื่องพิมพ์ ที่สามารถตอบโจทย์ในหลายมิติ ทั้งรองรับงานปริมาณมากในทุกวัน ทนทาน ประสิทธิภาพสูง ให้งานพิมพ์คุณภาพดีเยี่ยม ทั้งยังต้องไม่สร้างมลพิษต่อสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมอีกด้วย”

EM-C800 เป็น เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันสี่สีขนาดกะทัดรัด ขนาด A4 ใช้ชุดหมึกความจุสูงที่สามารถพิมพ์ขาวดำได้ 50,000 หน้า และพิมพ์สีได้ 20,000 หน้า มาพร้อมเทคโนโลยี Dual CIS สแกนเอกสารได้ทั้งสองด้านพร้อมกันในครั้งเดียว ทั้งยังมี Authentication Device Table อุปกรณ์เสริมสำหรับยืนยันตัวผู้ใช้ก่อนสั่งพิมพ์ที่ใช้งานง่ายและสะดวก ช่วยเพิ่มความปลอดภัย สำหรับ EM-C8100 และ EM-C8101 ซึ่งเป็น เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันสี่สี ขนาด A3 สามารถรองรับงานปริมาณมาก ด้วยชุดหมึกความจุสูงที่พิมพ์ขาวดำ 86,000 หน้า และพิมพ์สีได้ 50,000 หน้า ช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนหมึกและเพิ่มความต่อเนื่องในการทำงาน เครื่องพิมพ์ ทั้ง EM-C800, EM-C8100 และ EM-C8101 ได้รับการออกแบบให้รองรับการทำงานยุคใหม่ ทั้งแบบไฮบริดและการเชื่อมต่อผ่านระบบดิจิทัล ด้วย Epson Solutions Suite ที่รวมเครื่องมือและซอฟต์แวร์ช่วยจัดการงานพิมพ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็น Epson Connect, Epson Smart Panel หรือ Mopria Print Service ที่รองรับการพิมพ์ผ่านคลาวด์และเครือข่าย พร้อมด้วย Epson Print Admin ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตนและพิมพ์ด้วยรหัส PIN และ Epson Remote Services ที่ช่วยผู้ดูแลระบบตรวจสอบและจัดการ เครื่องพิมพ์ จากระยะไกลได้อย่างสะดวก รองรับการขยายการใช้งานในองค์กรได้อย่างยืดหยุ่น AM-M5500 คือ เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันขาวดำ ขนาด A3 รองรับการพิมพ์เอกสารขาวดำปริมาณมากอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีฟังก์ชัน Optical Character Recognition (OCR) ซอฟต์แวร์ช่วยแปลงภาพเอกสารที่สแกนเป็นข้อความที่สามารถแก้ไขและค้นหาได้ เหมาะกับสำนักงานที่มีพื้นที่จำกัด ด้วยดีไซน์ใหม่ที่โค้งมนดูทันสมัย และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย Finisher อุปกรณ์เสริมสำหรับทำรูปเล่ม

Advertisement

เครื่องพิมพ์ ทั้ง 7 รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สำนักงานยุคใหม่ที่มุ่งสู่การเป็น Green Office หรือสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยี Heat-Free ที่ไม่ต้องใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ จึงลดการใช้พลังงานได้ถึง 85% เมื่อเทียบกับ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ทำให้ประหยัดค่าไฟ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการใช้อะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองได้ถึง 59% จึงช่วยลดทั้งของเสียและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 30% และบรรจุภัณฑ์ใช้กระดาษรีไซเคิล 80% สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะรุ่น AM-M5500 ยังมีฟีเจอร์เพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบตรวจสอบการใช้พลังงาน และไฟสัญลักษณ์ใบไม้สีเขียวที่แสดงเมื่อพิมพ์หรือถ่ายเอกสารสองหน้า เพื่อส่งเสริมการประหยัดกระดาษ นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์ ทุกรุ่นยังใช้ชุดหมึกความจุสูง ลดความถี่ในการเปลี่ยนหมึก ช่วยลด Digital Footprint ขององค์กรได้อย่างเห็นผลชัดเจน

นอกจาก เครื่องพิมพ์ แล้ว เอปสันยังได้เปิดตัว โปรเจคเตอร์ รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 15 รุ่น โดยแบ่งเป็น โปรเจคเตอร์รุ่น Smart หรือกลุ่มระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่ EB-E12, EB-E24, EB-X52, EB-W53, EB-W55, EB-FH54 และ EB-W56S และ โปรเจคเตอร์เลเซอร์ 8 รุ่น ประกอบด้วย EB-L890E, EB-L690E, EB-L890U, EB-L790U, EB-L690U, EB-L790SE, EB-L690SE และ EB-L690SU สำหรับ โปรเจคเตอร์ Smart Series ทั้ง 7 รุ่นนี้สามารถฉายภาพได้ใหญ่ถึง 300 นิ้ว ด้วยความสว่างสูงสุด 4,100 ลูเมน ให้ภาพคมชัด สีสันสดใส มองเห็นชัดเจนแม้ในห้องที่มีแสงมาก ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ติดตั้งและเคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับห้องเรียน ห้องประชุม สำนักงาน ร้านค้า หรือพื้นที่จัดกิจกรรมที่ต้องการจอขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถใช้ทีวีจอแบนที่มีขนาดจำกัดและต้นทุนสูงเมื่อต้องการภาพที่เกิน 100 นิ้ว ที่สำคัญ โปรเจคเตอร์ ทั้ง 7 รุ่นยังทนทาน ใช้งานได้นาน ด้วยหลอดภาพที่มีอายุการใช้งานสูงสุดถึง 12,000 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) ลดทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและเวลาหยุดใช้งานจากการเปลี่ยนหลอดใหม่

โปรเจคเตอร์ซีรีส์ใหม่ นี้ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เพียงเชื่อมต่อก็สามารถใช้งานได้ทันทีแบบ Plug-and-Play และบางรุ่นยังรองรับการนำเสนอแบบไร้สายผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ด้วยฟีเจอร์ iProjection ช่วยให้ใช้งานสะดวกโดยไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก เหมาะสำหรับองค์กรที่มีนโยบายให้พนักงานนำสมาร์ทดีไวซ์ส่วนบุคคลมาใช้ทำงานภายในองค์กรได้ หรือ BYOD (Bring Your Own Device) ลดความยุ่งยากจากการใช้สายเชื่อมต่อแบบเดิม โปรเจคเตอร์ ทุกรุ่นยังมีฟังก์ชันเปิดเครื่องอัตโนมัติ (Auto Power-On) ช่วยให้ติดตั้งและเริ่มใช้งาน โปรเจคเตอร์ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ฟังก์ชัน Keystone Correction ช่วยปรับภาพให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกับจอฉายภาพได้โดยอัตโนมัติ และฟังก์ชัน Screen Fit ที่ช่วยจัดขนาดและตำแหน่งภาพได้อย่างแม่นยำโดยอัตโนมัติ ในส่วน โปรเจคเตอร์เลเซอร์เพื่อธุรกิจ รุ่นใหม่ทั้ง 8 รุ่นที่เปิดตัวใหม่วันนี้มาพร้อมระดับความละเอียดสูงสุดด้วย 4K Enhancement มีความสว่างตั้งแต่ 6,000 ถึง 8,000 ลูเมน รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบใช้สายผ่านพอร์ตภาพต่างๆ และแบบไร้สายผ่าน Miracast และแอพพลิเคชัน Epson iProjection ที่ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อ Chromebook หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชันแชร์ จัดการ และใส่คำอธิบายประกอบบนเนื้อหาได้ง่ายๆ

โปรเจคเตอร์ ทั้งหมดได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด ติดตั้งง่าย ด้วย Geometric Correction สำหรับปรับภาพให้ตรงแม้ติดตั้งในมุมที่ไม่สมบูรณ์ เหมาะกับการประชุม การเรียนการสอน หรือเพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะรุ่น EB-L690SE ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ Golf Simulator ด้วยค่า throw ratio เพียง 0.5 สามารถฉายภาพขนาดใหญ่ คมชัด สว่างได้จากระยะใกล้ เหมาะกับพื้นที่จำกัด และให้ประสบการณ์เสมือนอยู่ในสนามกอล์ฟจริง นายยรรยงกล่าวสรุปว่า “เอปสันเดินนำหน้าตลาดอยู่เสมอ เพราะเราไม่เคยหยุดเรียนรู้และติดตามเทรนด์ตลาดอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านพฤติกรรม ความนิยม และความคาดหวังของลูกค้าองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม เราจึงสามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างตรงจุดเพื่อธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หรือสถาบันการศึกษา จนทำให้เอปสันสามารถรักษาตำแหน่งแบรนด์ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และ โปรเจคเตอร์ อันดับหนึ่งทั้งในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ เราไม่ได้มุ่งเพียงตอบโจทย์ในวันนี้เท่านั้น แต่ยังเดินหน้าอย่างมั่นคงเพื่อยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะด้านโซลูชันเพื่อสำนักงานยุคใหม่ที่ยืดหยุ่น ประหยัดพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”

Advertisement
Continue Reading
Advertisement