Connect with us

ข่าว

อุตฯ การบินไทย พร้อมรับความท้าทาย: SKY ICT เดินหน้าตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค

Published

on

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) (SKY)

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เปิดมุมมอง บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ICT ที่กำลังสร้างบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินชั้นนำของภูมิภาคและระดับโลก แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง ผ่านความเห็นของ นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กับความมุ่งมั่นของบริษัทในการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับขีดความสามารถของ ท่าอากาศยานในประเทศไทย

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) (SKY) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีในประเทศไทยที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบินและการบริหารจัดการท่าอากาศยาน ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทได้รับความท้าทายจากทั้งภายนอกอย่างสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวโดยตรง รวมถึงภาพรวมทางการเมืองในประเทศที่มีความขัดแย้งก็ส่งผลให้มีความท้าทายในการประกอบธุรกิจ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้ในเร็ววันจะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาอีกครั้ง ซึ่งการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องของภาครัฐจะเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“ปัจจุบันเราสูญเสียความเชื่อมั่นจากชาวต่างชาติไปเยอะ ทั้งการไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตนเอง การเอารัดเอาเปรียบ ความปลอดภัย และธุรกิจจีนเทา ภาครัฐเราจัดการได้ขนาดไหน ? ซึ่งปัจจัยการดึงดูดและรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน อำนาจการสร้างปัจจัยเหล่านั้น ล้วนขึ้นอยู่กับคนไทยทั้งสิ้น ถ้าคนไทย-รัฐบาลไทยจัดการปัญหาได้เร็ว ปัจจัยบวกก็จะกลับมาได้เร็ว”

สำหรับผลประกอบการ หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี พ.ศ. 2560 และรายได้หดตัวลงในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ปี 2567 มีรายได้ที่ 6,718 ล้านบาท กำไรลดลงร้อยละ 10 มาอยู่ที่ 481 ล้านบาท จากการลงทุนในส่วนอื่นๆ เพิ่มขึ้นเพื่อความยั่งยืนของบริษัท โดยไตรมาส 1 ปีนี้ รายได้อยู่ที่ 2,379 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 73 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (QoQ) ที่มีรายได้ที่ 1,379 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าปีนี้รายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 20-30

ขณะที่สัดส่วนรายได้ของ สกาย ไอซีที จนถึง 31 มีนาคม 2568 พบว่ามีมูลค่ารวม 22,015 ล้านบาท แบ่งเป็น ร้อยละ 70 คือ อุตสาหกรรมการบิน 15,470 ล้านบาท, ร้อยละ 24 เป็นการให้บริการและการสนับสนุน 5,210 ล้านบาท และอีกร้อยละ 6 คือการเข้าไปมีส่วนในการพัฒนาระบบที่ 1,335 ล้านบาท ในการให้บริการทั้งหมดนี้ สกาย ไอซีที ให้บริการในสนามบินหลักใหญ่ๆ 13 แห่งทั่วประเทศ ทั้งการออกตั๋วบินพื้นฐาน, Wi-Fi สนามบิน และระบบไฮเทคอย่างการสแกนใบหน้าเพื่อเช็กอิน

แผนยุทธศาสตร์ 3 ระยะ ของ ภาครัฐ สำหรับอตุสาหกรรมการบิน สำหรับปี 2567-2581 โดยมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการเพิ่มขีดความสามารถของสนามบินไทย:

  • ระยะสั้น (ภายในปี 2568): รองรับผู้โดยสารได้ 180 ล้านคน และ 1.2 ล้านเที่ยวบิน ลดเวลา ใช้ในการต่อเครื่อง ให้น้อยกว่า 75 นาที
  • ระยะกลาง (ภายในปี 2571): เพิ่มการรองรับผู้โดยสารเป็น 210 ล้านคน และ 1.4 ล้านเที่ยวบิน ลดเวลา ใช้ในการต่อเครื่อง ให้น้อยกว่า 60 นาที โดยคาดการณ์ว่าการที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มุ่งเป้า เจาะตลาด นักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญ
  • ระยะยาว (ภายในปี 2581): ขยายการรองรับผู้โดยสารเป็น 270 ล้านคน และ 2.1 ล้านเที่ยวบิน ลดเวลา ใช้ในการต่อเครื่อง ให้น้อยกว่า 45 นาที และตั้งเป้าให้ประเทศไทยติด 1 ใน 5 ประเทศผู้นำด้านการขนส่งทางอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC)

ดังนั้นในมุมมองของ SKY ICT นอกจากการเพิ่มขีดความสามารถแล้ว ยังมุ่งเน้นการผลักดัน เทรนด์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนและการบริการที่ทันสมัยอีกด้วย เช่น

  • Net Zero และการขนส่งรักษ์โลก: ศึกษา ระบบรถโดยสารอัจฉริยะภายในสนามบิน และการใช้ เชื้อเพลิงการบินรักษ์โลก (Sustainable Aviation Fuel – SAF)
  • เทคโนโลยีดิจิทัล: ส่งเสริม การเช็กอินด้วยใบหน้า (Biometric Check-in) และ การเช็กอินออนไลน์ (Online Check-in) ลดการใช้ตั๋วโดยสารกระดาษ
  • การเชื่อมโยงระบบขนส่ง: ศึกษา ความเป็นไปได้ ในการอำนวยความสะดวกในการส่งพัสดุและสินค้าระหว่าง ระบบรางและเครื่องบิน เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ
  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI): นำ AI มาใช้ในการคาดการณ์พฤติกรรมและแนวโน้มของผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ

นายสิทธิเดชยังได้เน้นย้ำถึง ตัวชี้วัดความสำเร็จของสนามบิน ว่าจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดยตั้งเป้าให้ สนามบินในประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 20 สนามบินที่ดีที่สุดในโลก ภายใน 5 ปี ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ สนามบินไทยต้องมีศักยภาพทัดเทียมกับ ท่าอากาศยานชางงี สิงคโปร์ (Singapore Changi Airport) โดยเฉพาะในด้านคลังสินค้า รันเวย์ และอาคารผู้โดยสาร พร้อมยกตัวอย่าง ฮ่องกง ที่มีความสามารถในการเป็นศูนย์กลางการเดินอากาศมากกว่าไทยถึง 6-7 เท่า ซึ่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของไทยอีกมหาศาล

“แม้นักท่องเที่ยวจะไม่ได้เป็นไปตามยอด แต่เราต้องแยกตัวเลขให้ชัด จำนวนผู้โดยสารไม่เท่ากับตัวเลขนักท่องเที่ยว เพราะในจำนวนนั้นอาจเป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาด้วยก็ได้ ซึ่งหากมองในจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดที่ สกายฯ มอง พบว่า ผู้โดยสารระหว่างประเทศยังเติบโตราวร้อยละ 10 และในประเทศ เติบโตราวร้อยละ 3-5 แม้ว่าจะทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปได้ แต่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ ก็พอที่จะทำให้ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและมีเวลาให้ไทยได้จัดระเบียบภายในประเทศได้”

Advertisement

สำหรับ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) (SKY) มีทุนจดทะเบียน 359 ล้านบาท (11 ล้านดอลล์) มูลค่าตามราคาตลาดรวมราว 9,181 ล้านบาท (278 ล้านดอลล์) เกิดจากการรวมตัวกันของหลายบริษัทด้านเทคโนโลยี ในปี พ.ศ. 2560 ทำให้ปีนี้นับเป็นปีที่ 8 ของการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (Market for Alternative Investment – MAI) ซึ่งภายในเครือก็มีบริษัทอย่าง Metthier ที่ให้บริการด้านความปลอดภัยและบริหารอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะ ที่มีสัญญากับอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง อย่าง ICONSIAM และอาคารภาครัฐอย่าง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ รวมถึงมีบริษัทลูกอีกทีอย่าง Pro Inside, SKY CC (Contact Center), SKY AI และมีบริษัทที่ไปร่วมทุนที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน อย่าง บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (TKC), บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) และกลุ่ม SAL ขณะที่ SKYฯ ก็มีขาหนึ่งที่ทำธุรกิจดูแลลิขสิทธิ์การจัดแข่งขันมวยไทยที่สนามมวยราชดำเนินด้วย อย่าง บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส หรือ GSV

Continue Reading
Advertisement