ข่าว
ทรูสร้างพื้นที่ “ชมรม” ดึงพนักงานกลับสู่โลกแห่งความสนุก หนุนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) ได้ริเริ่มโครงการ “ชมรม” ขึ้นภายในองค์กร เพื่อเป็นพื้นที่ให้พนักงานได้รวมตัวกันตามความสนใจและแพสชันส่วนตัว ถือเป็นการสร้างสมดุลระหว่างภาระงานและความสุขส่วนบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง โอบรับความหลากหลาย สร้างความผูกพัน และสนับสนุนให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี ทั้งกายและใจ แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยจาก Perceptyx บริษัทด้านเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ประสบการณ์พนักงานที่ระบุว่า การเข้าร่วมชมรมหรือกลุ่มกิจกรรมตามความสนใจ มีส่วนช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน ทรู มีชมรมที่จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องหลากหลายประเภท อาทิ ชมรมบาสเกตบอล, ชมรมฟุตบอล, ชมรมแบดมินตัน, ชมรมวิ่ง, ชมรมดนตรี, ชมรมทรูอาสา, ชมรมท่องเที่ยว และชมรม Bring Your Best ซึ่งตัวแทนจากทั้ง 8 ชมรมได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และเรื่องราวสนุก ๆ ที่เกิดขึ้นจากการได้กลับมาทำในสิ่งที่รัก และการสร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ภายในองค์กรที่มีความหลากหลาย แต่มีจุดร่วมคือความสนใจเดียวกัน
ศรัณยู ลวางกูร ประธานชมรมแบดมินตัน จากทีม Network Planning, Engineering & Operation เปิดเผยว่า “ผมเล่นแบดมินตันมาต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่เด็ก ไปจนถึงมหาวิทยาลัย ทำงานก็ยังเล่นอยู่ แต่ช่วงหลัง ๆ กลับหยุดเล่นไปเป็น 10 ปี เพิ่งได้กลับมาตีแบดอีกครั้งก็ตอนที่ทรูเปิดชมรมเมื่อปีที่แล้ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าชีวิตในวัยทำงานทำให้หลายคนห่างหายจากกิจกรรมที่ชื่นชอบไป
ด้าน เอกรินทร์ ผ่อนวัฒนา เหรัญญิกชมรมฟุตบอล จากทีม Procurement & Logistics เสริมว่า “ผมว่าทุกคนน่าจะรู้สึกดีใจ คิดว่าบริษัทน่าจะมีชมรมแบบนี้มาตั้งนานแล้ว อย่างฟุตบอลปกติก็จะมีก๊วนประจำแยกกันไป หลายคนพอเข้าสู่วัยทำงานก็ห่างหาย ไม่มีเพื่อนเล่น พอเปิดชมรม พี่ ๆ รุ่นอายุ 50 กว่าทักมาหาเยอะเลยว่าอยากเข้ามาเล่นด้วย เราก็จัดสรรแบ่งทีมให้เข้ามาเล่นสนุกด้วยกันได้”
หลังจากงานเปิดตัวชมรมในเดือนสิงหาคม 2567 แต่ละชมรมได้เปิดรับสมาชิกผ่านกลุ่มไลน์ โดยทีม Human Resources (HR) ของ ทรู จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการพบปะครั้งแรก เพื่อทำความรู้จักกัน และจัดตั้งทีมบริหารชมรมอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ การเข้าร่วมชมรมไม่มีข้อจำกัดด้านตำแหน่ง เพศ วัย หรือทักษะ ทำให้ชมรมกลายเป็น พื้นที่ปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) ที่ทุกคนสามารถรวมตัวกันได้ด้วยความสนใจเดียวกัน
สรรควร สัตยมงคล จากทีม Innovation Center สมาชิกชมรมบาสเกตบอล เล่าว่า “หลังจากงานเปิดตัว ชมรมบาสเกตบอลของเรามีคนเข้ามาลงชื่อในกลุ่มไลน์ชมรมกันเยอะ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จากนั้นก็มีนัดเจอกันครั้งแรกที่สนามบาสชั้น 13 ของตึกทรู รัชดาฯ ต่างคนก็แต่งตัวจัดเต็มมาเจอกัน มีตั้งแต่น้อง ๆ เด็กรุ่นใหม่ ไปจนถึงพี่ ๆ รุ่นใหญ่ น้องผู้หญิงหรือ LGBTQ+ ก็มาเล่นด้วยกัน หลายคนไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนเลยนะ แต่ความชอบบาสเกตบอลเหมือนกันทำให้มารวมตัวกันได้” เช่นเดียวกับ สุมาลา วงศ์ขำ ประธานชมรมท่องเที่ยว จากทีม Digital Communications ที่เผยว่า ทริปแรกของชมรมมีสมาชิกเข้าร่วมมากมาย แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม
การเข้าร่วมชมรมไม่ได้เป็นเพียงการทำกิจกรรมที่ชอบเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะใหม่ ๆ และสร้างแรงบันดาลใจ อลงกรณ์ ศรีม่วง รองประธานชมรมวิ่งจากทีม Workplace Management กล่าวว่า “ตอนแรกผมวิ่งไม่เก่ง เพราะเพิ่งมาเริ่มวิ่งได้ 2-3 ปีที่ผ่านมานี่เอง ตอนที่วิ่งคนเดียวเราก็วิ่งของเราไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็อาจจะหยุด แต่พอเข้าชมรม ได้เจอพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่วิ่งเก่งกว่า มีประสบการณ์มากกว่า เขาก็แนะนำเทคนิคช่วยให้เราวิ่งได้ดีขึ้น พอมาวิ่งด้วยกันก็ได้ระยะที่ไกลกว่าเดิม มีแรงใจตั้งเป้าหมายให้ถึงมินิมาราธอนจนถึงมาราธอนด้วยกัน”
ด้าน อดิศร อธิคมชาคร ประธานชมรมดนตรี จากทีม Internal Communications กล่าวว่า “การซ้อมดนตรีหรือการได้เล่นออกงาน คือโอกาสในการเรียนรู้เสมอ” ซึ่งสมาชิกได้เรียนรู้เพลงใหม่ ๆ และพัฒนาทักษะการเล่นดนตรีไปด้วยกัน ชมรมกีฬายังมีกิจกรรมที่ก้าวไปไกลถึงการลงสนามแข่งขันกับหน่วยงานภายนอกองค์กร ซึ่งมีการจัดคัดตัวนักกีฬาอย่างเป็นระบบเพื่อความโปร่งใส
สำหรับชมรมทรูอาสา ซึ่งมี ปิลันธนี พาณิชพัฒน์ ประธานชมรมและเป็นหนึ่งในทีม Corporate Relations ผู้ดูแลโครงการ CSR (Corporate Social Responsibility) ของทรู มองว่าชมรมเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้พนักงาน “มีส่วนร่วม” กับภารกิจทางสังคมขององค์กร ไม่ใช่แค่ “รับรู้” เท่านั้น “เราอยากให้คนทรูรู้จักและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่องค์กรของเราทำเพื่อสังคม แทนที่จะบอกแค่คนนอก ถ้าคนข้างในเข้าใจก็จะช่วยกันบอกต่อได้ ล่าสุดเราก็พาไปทำกิจกรรมศิลปะเชื่อมใจ ที่มูลนิธิออทิสติกไทย ไปวาดรูปกับครูศิลปะออทิสติก เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะทำให้เราได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันบนความหลากหลาย” เธอกล่าว
อีกหนึ่งชมรมที่เน้นการสร้างพื้นที่สำหรับความหลากหลายคือ ชมรม Bring Your Best ซึ่งในช่วงแรกได้มุ่งเน้นกิจกรรมที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานที่เป็นผู้หญิง, LGBTQ+ และคนพิการ โดย สุชิน แสงละออ รองประธานชมรม Bring Your Best จากทีม Sustainability Development ระบุว่า “เราจัดเวิร์คช็อป ‘เท่าทัน เพราะ เท่าเทียม’ ที่ให้ความรู้และแลกเปลี่ยนกันในเรื่องการคุกคามในที่ทำงาน สมาชิกทั้งหญิง ชาย LGBTQ+ มาเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งก็ได้รับฟีดแบ็กที่ดี เพราะบางทีเรายังไม่รู้เลยว่าการกระทำเล็ก ๆ ก็นับเป็นการคุกคามได้ ซึ่งก็เรียนรู้ไปถึงผลกระทบ และวิธีการป้องกันแก้ไข หรือช่องทางการร้องเรียน อย่างน้อยเราอยากให้ชมรมนี้เป็นเพื่อนที่เขามาปรึกษาได้ทุกเรื่องด้วย”
การมีส่วนร่วมของผู้บริหารในฐานะ “สปอนเซอร์” ของชมรมต่าง ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในองค์กร ศรัณยู ยกตัวอย่างว่า “ล่าสุดชมรมแบดมินตันชวนคุณนกุล Co-CFO มาเล่นด้วยกัน สนุกมาก เขาเล่นดีเล่นเก่งเลย พวกเราก็ได้เห็นเขาในอีกมุมหนึ่งด้วย พอลงสนามแล้วก็ไม่มีการออมมือกันนะ สนุกกันเต็มที่ ไม่กำแพงของตำแหน่ง ไม่มีเจ้านายลูกน้อง”
ด้าน สรรควร เสริมว่า “ชมรมบาสก็มีคุณฐานพล CMO มาเล่นบาสด้วยเหมือนกัน พวกเราก็บล็อกกระจายเลย” นอกจากนี้ คุณจักรกฤษณ์ CCAO ก็ได้มาร่วมร้องเพลงและเล่นกีตาร์กับชมรมดนตรี คุณยุภา Co-CFO เข้าร่วมเวิร์คช็อปของชมรมวิ่ง คุณประเทศ CTISO ได้ร่วมวาดรูปกับชมรมทรูอาสา และคุณเอกราช CDO & CBO ได้ลงสนามแข่งขันกับชมรมฟุตบอล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนจากผู้บริหารอย่างแท้จริง
ทุกคนที่เข้าร่วมวงสนทนาต่างเห็นตรงกันว่า การมีชมรมทำให้ชีวิตและการทำงานของพวกเขามีชีวิตชีวาและสนุกสนานมากขึ้น “รู้สึกว่าสนุกขึ้นนะ อยากมาเจอเพื่อน ๆ ที่เล่นฟุตบอลด้วยกัน คนชอบในเรื่องเดียวกันก็คุยกันสนุก” เอกรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “มีแรงบันดาลใจมากขึ้นเลยครับ เมื่อก่อนผมเป็น ‘นักบาสพเนจร’ เปลี่ยนที่เล่นไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เลิกงานก็มีเพื่อนเล่นบาสที่ออฟฟิศแล้ว” สรรควร สมาชิกชมรมบาสเกตบอล
