ข่าว
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ช่องโหว่ พ.ร.ก. ไซเบอร์ฯ หลอกธนาคารล็อกบัญชีเหยื่อ 72 ชั่วโมง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผู้สื่อข่าวบริคอินโฟได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์พยายามโทรศัพท์มาหลอกลวง แต่ผู้เสียหายรู้เท่าทันจึงพูดคุยกวนประสาทกลับไป หลังจากวางสาย ผู้เสียหายกลับพบว่าบัญชีธนาคารของตนเองถูกระงับ ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้
จากการสืบสวนของผู้สื่อข่าวพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มนี้ใช้ช่องโหว่ของ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 หรือ พ.ร.ก. ไซเบอร์ โดยโทรศัพท์ไปแจ้งต่อธนาคารให้ระงับบัญชีของเหยื่อ ซึ่งตามข้อกำหนดของ พ.ร.ก. ดังกล่าว ธนาคารจำเป็นต้องระงับบัญชี “ชั่วคราว” เป็นเวลา 72 ชั่วโมง
เดิมที พ.ร.ก. ฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เสียหายตัวจริงที่ถูกหลอกให้โอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นบัญชีม้า หรือการซื้อสินค้าที่ไม่ตรงปก สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีพร้อมนำเลขเคสไปแจ้งความดำเนินคดี แต่ในกรณีนี้ ผู้ร้ายได้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเดียวกันนี้ เพื่อกลั่นแกล้งประชาชนจากข้อมูลหมายเลขบัญชีธนาคารที่อาจหลุดรอดออกไป
ก่อนหน้านี้ รายการเรื่องเล่าเช้านี้เคยนำเสนอข่าวกรณีคล้ายกันเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 โดยผู้เสียหายหลายรายให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่ามียอดเงินโอนเข้ามาในบัญชีจากแหล่งที่ไม่รู้จัก ก่อนที่บัญชีจะถูกระงับชั่วคราว ซึ่งในกรณีนี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาจใช้บัญชีม้าโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของเหยื่อผ่านข้อมูลบัญชีที่หลุดออกไป หรือหลอกขอข้อมูลบัญชีจากเหยื่อได้ เพื่อใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมต่อไป
หากประชาชนพบว่าบัญชีธนาคารของตนเองถูกล็อก (ระงับชั่วคราว) โดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรตื่นตระหนก ให้ตรวจสอบย้อนกลับไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของธนาคารต้นทาง และดำเนินการตามขั้นตอนที่ธนาคารแนะนำ เช่น การเดินทางไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และนำใบแจ้งความหรือเลขที่ใบแจ้งความไปยื่นต่อธนาคารเพื่อร้องขอการปลดการระงับบัญชี
