Connect with us

ข่าว

ไมโครโฟนเก่า อันตรายกว่าที่คิด! “ดิว เดอะสตาร์ 4” เตือนภัย ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ หลังเจอไมค์เก่า สนิมขึ้นและหัวบุบ

Published

on

ดิว ภัทรพล หรือ ดิว เดอะสตาร์ 4 โพสต์เตือนภัยการใช้ไมโครโฟนสาธารณะ หลังติดเชื้อจนต่อมน้ำเหลืองอักเสบ พร้อมแนะนำวิธีป้องกันตัวสำหรับนักร้องและพิธีกร

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ดิว ภัทรพล หรือ ดิว เดอะสตาร์ 4 ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัยเกี่ยวกับการใช้ ไมโครโฟนสาธารณะ หลังจากที่เขาต้องเข้ารักษาอาการ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้คางอักเสบ ซึ่งเจ้าตัวเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อผ่านไมโครโฟนที่ใช้ในร้านอาหาร

ดิว เล่าว่า อาการเริ่มต้นคือรู้สึกปวดและมีก้อนบวมบริเวณใต้คาง กดแล้วปวดร้าวไปถึงสมอง มีไข้ต่ำ และมีแผลที่ริมฝีปาก ซึ่งสร้างความเจ็บปวดจนนอนไม่หลับ เมื่อไปพบแพทย์จึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ในระดับที่ยังไม่รุนแรงมากนัก และได้รับยาชุดใหญ่มาทาน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง และถูกเชิญขึ้นไปร้องเพลงร่วมกับวงดนตรี ด้วยความที่ไมโครโฟนไม่เพียงพอ ทีมงานจึงนำไมค์สำรองมาให้ แต่สภาพไมค์ค่อนข้างเก่า มีสนิมขึ้นและหัวบุบ ทำให้เขานึกถึงประสบการณ์ในอดีตที่เคยติดเชื้อจากไมค์ลักษณะเดียวกันนี้ แม้ไมค์ตัวแรกจะใช้งานไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องใช้ไมค์อีกตัวที่มือกลองยื่นให้ ซึ่งมีสภาพหนักกว่าเดิม คือมีคราบสกปรกและสีลอก “คุณพระ!!! หนักกว่าตัวแรกอีก จะรอดไหมเนี่ย” ดิวอุทานในใจเมื่อเห็นสภาพไมค์ตัวที่สอง

ดิวกล่าวว่าโดยปกติแล้วหากเป็นงานร้องเพลงที่รับจ้าง เขาจะป้องกันตัวเองโดยใช้ ไมโครโฟนส่วนตัว เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นการถูกเชิญขึ้นไปร้องเพลง ทำให้ไม่สามารถเตรียมตัวได้ และต้องเผชิญกับอุปกรณ์ที่ไม่พร้อมและขาดการทำความสะอาด ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยครั้งกับนักร้องคนอื่นๆ

Advertisement

จากประสบการณ์ครั้งนี้ ดิวจึงฝากเตือนไปยัง นักร้อง พิธีกร และทุกอาชีพที่จำเป็นต้องใช้ ไมโครโฟน ให้ระมัดระวังและ เซฟตัวเอง ให้มากขึ้น โดยแนะนำให้ใช้ไมโครโฟนส่วนตัว หรือหากไม่มี ควรพก สเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เพื่อทำความสะอาดไมโครโฟนก่อนใช้งานทุกครั้ง เพราะไมโครโฟนที่ไม่ได้ทำความสะอาดนั้นเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี

“เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเชื้อนั้น คือเชื้ออะไรบ้าง จากใครต่อใครบ้าง อันตรายมากน้อยแค่ไหน เราไม่มีทางรู้ได้เลยจริงๆ จนกว่าจะเป็น” เขากล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าการป้องกันดีกว่าการรักษา เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความเจ็บป่วยนั้นไม่คุ้มกันเลย