ข่าว
ETDA เดินหน้า Digital ID Framework ระยะที่ 2 มุ่งสู่สังคมดิจิทัลที่มั่นใจและไร้รอยต่อ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เตรียมเดินหน้า Digital ID Framework ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568–2570) ต่อยอดความสำเร็จจากระยะแรก เพื่อผลักดันให้ Digital ID เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ในการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ปลอดภัย สะดวก และครอบคลุมทุกภาคส่วน ตอบรับความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจในยุคดิจิทัลที่การทำธุรกรรมออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ในช่วง Digital ID Framework ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565–2567) ETDA ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้วางรากฐานการใช้งาน Digital ID ในวงกว้าง โดยมีผู้ใช้งาน Digital ID ผ่านแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ รวมกว่า 113 ล้านคน ตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มีผู้ใช้งานถึง 30 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ต.ค. 2567) “ThaiD” ของกรมการปกครอง มีผู้ใช้ 21 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ม.ค. 2568) “เป๋าตัง” โดยธนาคารกรุงไทย มีผู้ใช้งาน 40 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 23 พ.ค. 2567) และแพลตฟอร์ม NDID สำหรับธุรกรรมทางการเงินมีผู้ใช้งาน 22 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2567)
สำหรับการดำเนินงานใน Digital ID Framework ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568 – 2570) ETDA มุ่งเน้น 5 เป้าหมายหลัก ได้แก่
- ยกระดับธุรกรรมดิจิทัลให้ใช้งานสะดวกและเข้าถึงง่าย
- เสริมสร้างธุรกรรมดิจิทัลให้มั่นคงปลอดภัย มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- ส่งเสริมการบูรณาการและการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนและระหว่างประเทศ
- เพิ่มการใช้งานให้แพร่หลายครอบคลุมทุกภาคส่วน
- สร้างกลไกให้เกิดธรรมาภิบาลในการให้บริการ
โดยมี 6 กลยุทธ์สำคัญที่จะผลักดันเป้าหมายเหล่านี้ให้สำเร็จสำคัญประกอบด้วย การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐด้วย Digital ID อย่างครอบคลุม โดยขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง, การสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ Digital ID เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและการฉ้อโกง ผ่านการให้ความรู้ประชาชน, การส่งเสริมการใช้ Digital ID ในการทำธุรกรรมนิติบุคคล, การสนับสนุนการใช้ Digital ID เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาคส่วน, การผลักดันโครงสร้างพื้นฐานในการพิสูจน์ตัวตนของคนต่างด้าว และ การพัฒนากลไกติดตามและประเมินความเสี่ยงของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ Digital ID

ภายในปี 2570 คาดว่าประชาชน นิติบุคคล และคนต่างด้าว จะสามารถใช้ Digital ID เพื่อเข้าถึงบริการ e-Service ได้อย่างทั่วถึง โดยประชาชนจะเข้าถึงบริการภาครัฐไม่ต่ำกว่า 1,000 รายการ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้ใช้ เอกสารรับรองดิจิทัล เอกสารสำแดงดิจิทัล และ กระเป๋าเอกสารดิจิทัล (Document Wallet) แทนเอกสารกระดาษในการทำธุรกรรม โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในแต่ละปี เช่น ปี 2568 เน้นการวางรากฐานทางเทคนิคและนโยบาย อาทิ การใช้ Face Verification Service ของกรมการปกครอง และการสนับสนุนการทำธุรกรรมของนิติบุคคลและนักลงทุนต่างชาติ ปี 2569 จะขยายการเข้าถึงไปยังกลุ่มเปราะบาง และเริ่มใช้งานในบริบทที่หลากหลายขึ้น รวมถึงการใช้ Document Wallet ในเอกสารทางการศึกษาและทะเบียนราษฎร ส่วนในปี 2570 จะบรรลุเป้าหมายสำคัญในการขยายผลการใช้งาน Digital ID ในบริการ e-Service ภาครัฐกว่า 1,000 บริการ และภาคการค้าสำหรับนิติบุคคล รวมถึงการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อลดปัญหาการปลอมแปลงตัวตน

ETDA เชื่อมั่นว่า Digital ID คือรากฐานของ “ความมั่นใจ” ที่จะทำให้ทุกคนสามารถยืนยันตัวตนได้อย่างปลอดภัย เท่าเทียม และไร้รอยต่อ เพื่อเข้าถึงบริการดิจิทัลที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยการสร้างระบบ Digital ID ที่เข้าถึงได้จริง ใช้งานได้จริง และร่วมสร้างได้จริงจากทุกภาคส่วน จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างมั่นคง
