ข่าว
ตึก สตง. ถล่ม ล่าสุด ทรู ใช้ข้อมูลช่วยตามหาคนรอดชีวิต
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้นำข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์มือถือมาใช้ในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาคารสำนักงานสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม โดยการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุและเปรียบเทียบกับรายชื่อผู้สูญหาย
จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบริคอินโฟ ระบุว่า ได้มีการติดต่อขอข้อมูล เบอร์โทรศัพท์ของแรงงานที่อาจจะติดอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แล้วได้สั่งการให้คอลเซ็นเตอร์ของทรู โทรไล่เช็คเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบหาผู้รอดชีวิต ซึ่งหากเบอร์ดังกล่าวโทรติดและไม่ได้อยู่ในพื้นที่ก็จะสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ในการระบุผู้ที่ออกนอกพื้นที่ไปแล้วได้ ส่วนหมายเลขที่โทรไม่ติด หากดูในระบบแล้วว่ายังคงอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ก็จะสามารถ บูรณาการข้อมูลนี้ไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไปได้
- อ่าน : “เมืองสร้างคน” หรือ “คนสร้างเมือง” ทรูฯ ผนึก UddC ใช้ข้อมูลมือถือวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์คน 4 เมืองใหญ่ พร้อมชู Big Data พัฒนาท่องเที่ยวและผังเมือง
- อ่าน : ทรู คอร์ปอเรชั่น ตั้งวอร์รูมเฝ้าระวัง พร้อมดูแลเครือข่ายสื่อสารให้บริการปกติ

“ในตอนเกิดเหตุได้มีการย้อนดูข้อมูลในจุดเกิดเหตุว่ามีโทรศัพท์มือถือในโครงข่ายของทรูและ dtac อยู่ในพื้นที่หรือไม่ และเป็นหมายเลขใดบ้าง แล้วก็นำมาเช็คกับหมายเลขที่อยู่ในพื้นที่หลังเกิดเหตุ ว่ามีหมายเลขใดยังคงอยู่ในพื้นที่บ้าง ถ้าหากเบอร์ใดรับสายก็แสดงว่าออกจากพื้นที่หรือไม่ได้ตกเป็นผู้ประสบภัย แต่หากเบอร์ใดที่ติดต่อไม่ได้ก็จะนำข้อมูลไปเช็คกับหมายเลขของผู้ที่ถูกแจ้งว่าสูญหายและอาจคาดได้ว่าหมายเลขนั้นยังติดอยู่ใต้ซากอาคาร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็จะนำมาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการค้นหาผู้สูญหายต่อไป” นายจักรกฤษณ์ กล่าว
ปัจจุบัน ทรู มีการใช้ข้อมูลในการพัฒนาเมืองในแง่ต่างๆ โดยโครงข่ายโทรคมนาคมปัจจุบัน สามารถระบุได้ว่าจุดใดมีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก และเกิดความผิดปกติขึ้นหรือไม่ ซึ่งในจุดเกิดเหตุอาคาร สตง. ถล่ม จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมียนมาร์และส่งผลกระทบถึงกรุงเทพมหานคร ก็สามารถใช้ระบบนี้ ในการตรวจสอบย้อนหลังไปหาผู้รอดชีวิตได้

“ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์และชื่อเป็นเรื่องละเอียดอ่อนดังนั้นจึงต้องประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอรายชื่อและเช็คกับเจ้าของเบอร์ เบื้องต้นพบว่ามีเบอร์ที่เป็นโครงข่ายของทรูอยู่ 105 เบอร์ และเบอร์ดีแทค 120 เบอร์ที่มีการแจ้งว่าสูญหาย ซึ่งเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ก็จะรู้ผลว่าในเบอร์นี้ มีเบอร์ไหนที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่บ้าง” นายจักรกฤษณ์ กล่าว
การมีข้อมูลเหล่านี้ ในทางปฏิบัติจะสามารถบูรณาการกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการ เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ประสบภัยในครั้งนี้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดไปยัง ภัยพิบัติอื่นๆได้อีกด้วย

ทีมข่าวบริคอินโฟสำรวจพบ รถ Cell on Wheels หรือรถขยายสัญญาณเพื่อทำให้การใช้งานสัญญาณโทรศัพท์มือถือสามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในพื้นที่ภัยพิบัติของ True และ AIS
โดยเจ้าหน้าที่ของทรูระบุว่า คลื่นที่นำมาติดตั้งขยายสัญญาณเป็นพิเศษในจุดนี้ เป็น รถที่สามารถขยายสัญญาณในคลื่นความถี่หลักของ 5G และ 4G ดังนั้นนี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือในยามภัยพิบัติได้
