ข่าว
เปิดกลยุทธ์ ออริจิ้นฯ ปี 68 แยกรายธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ 14,000 ล้านบาท แม้โลกเดือดทั้งคนและสภาพอากาศ
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนธุรกิจปี 2568 เปิด 11 โครงการใหม่ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 3 หมื่นล้านบาท และรายได้รวม 1.4 หมื่นล้านบาท ชูกลยุทธ์สำคัญขับเคลื่อนธุรกิจ ตั้งเป้า 5 ปี ขยายพื้นที่คลังสินค้าเป็น 1 ล้านตารางเมตร พร้อมเปิดโรงแรมใหม่ 3 แห่ง
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่ 16 ของบริษัท ซึ่ง วันนี้โลกมีความผันผวนสูงและมีความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ดังนั้นกลยุทธ์หลังจากนี้ คือ ความยืดหยุ่น (Resilience) และการปรับตัวให้สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็วตามความเปลี่ยนแปลงของโลก
“ส่วนตัวมองว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ถือว่าเป็นปัจจัยบวกสำคัญของประเทศไทย เพราะในภูมิภาคนี้เราวางตัวให้เป็นกลาง จึงทำให้ต่างชาติหนีร้อนมาพึ่งเย็นในภูมิภาคที่มีความมั่นคงอย่างภูมิภาคนี้และประเทศไทย และส่วนตัวเชื่อว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยจะฟื้นได้จริงในกลางปีหน้า”
- ย้อนอ่าน : ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ยอดขายปี 67 ทะลุเป้า 35,435 ล้านบาท เตรียมลุยตลาดต่างประเทศปี 68
โดยกลยุทธ์ของกลุ่มออริจิ้นทั้งเครือจะ ดำเนินไปในปี 2568 คือ
- มุ่งเป้าไปยังรายได้หลักของตนเองเป็นหลักในแต่กลุ่มธุรกิจ
- สร้างความแตกต่างเพื่อประสบการณ์ของลูกค้าที่ดีขึ้น-มีมูลค่าสูง-รองรับกลุ่มคนรักสัตว์-กลุ่มผู้สูงอายุ
- การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศ ซึ่งปี 2567 มีลูกค้ากลุ่มต่างชาติถึง 16% คิดเป็นมูลค่า 5,700 ล้านบาท และการขยายตลาดกลุ่มคอตโดเพื่อนการลงทุน
- ดิจิทัล ทรานฟอร์มเมชั่น ด้วยการใช้ AI มาสร้างประโยชน์ใหม่ๆให้ลูกค้ามากขึ้น
- การหาช่องทางสนับสนุนสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ลูกค้าชั้นดีให้หนี้เสียลดลง
- การใช้วัสดุก่อสร้างและบริการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการ มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบรนด์ ORIGIN VERTICAL 5 โครงการ มูลค่า 12,500 ล้านบาท และบ้านจัดสรรแบรนด์ BRITANIA 6 โครงการ มูลค่า 7,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังตั้งเป้ายอดขาย (Presales) รวม 30,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม (Total Revenue) 14,000 ล้านบาท รวมถึงยอดการโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer Activities) ห้องชุดคอนโดและบ้านจัดสรร 22,000 ล้านบาท
- อ่าน : Origin Property x Delta เล็งร่วมมือกันใช้เทคโนโลยี-พัฒนานวัตกรรมรักษ์โลก ให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ปัจจุบัน ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ภายใต้ 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่:
- กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 166 โครงการ (ณ สิ้นไตรมาส 4/2567) เช่น แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin), โซ ออริจิ้น (So Origin), ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ (Origin Plug & Play), ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), ออริจิ้น เพลส (Origin Place), ดิ ออริจิ้น (The Origin), เคนซิงตัน (Kensington), แฮมป์ตัน (Hampton), ออริจิ้น เพลย์ (Origin Play), บริกซ์ตัน (Brixton) และ บริทาเนีย (Britania) เป็นต้น รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้นกว่า 254,967 ล้านบาท โดยกลุ่มโครงการบ้านจัดสรร หรือที่อยู่อาศัยแนวราบ ดำเนินการภายใต้บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เน้นกลุ่มบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ส่วนกลุ่มโครงการแนวสูงหรือคอนโดมิเนียม ดำเนินการภายใต้บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL
- กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า
- กลุ่มธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจให้บริการลูกบ้าน ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และ
- กลุ่มธุรกิจเมกะเทรนด์ระยะยาว (Mega Trends) เป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจเฮลท์แคร์ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจด้านการเงิน ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ ฯลฯ เพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้บริโภคแบบครบวงจร
แผนธุรกิจปี 68 ออริจิ้น เวอร์ติเคิล (กลุ่มคอนโด)
ปิติ จารุกําจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา ออริจิ้น มีการเติบโตในหลายๆส่วนเพื่อวางแผนการเติบโตในอนาคต อาทิ Origin Agent Club ตัวแทนขายของบริษัทที่มีอยู่ทั่วโลก ทั้ง จีน รัสเซีย สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ แคนาดา และ อิสราเอล เป็นต้น ปีที่ผ่านมาได้ปิดขายไปได้ทั้งหมด 13 โครงการ
โดยตั้งแต่ปี 2558 การเข้ามาของดิจิทัล ดิสรัปชั่น และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เห็น 4 เทรนด์ของผู้คนที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะการให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากยิ่งขึ้น , การอยู่อาศัยโดยคำนึงถึงสุขภาพเป็นสำคัญ , ห้องที่เล็กลงแต่ยังสามารถใช้สอยได้เหมือนห้องใหญ่ๆในอดีต และ การสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ เช่น การปล่อยเช่า เป็นต้น
โดยกลยุทธ์ในปี 2568 นี้ จะขยายกลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น , การเพิ่มสภาพคล่อง , การใช้ข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจ (Data-Driven insight) และ การสร้างสรรค์คุณภาพของการอยู่อาศัย-การบริการอย่างมืออาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอนาคตให้มากยิ่งขึ้น โดยเร็วๆนี้จะมีระบบ Affiliate Club ให้เหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์มีรายได้ผ่านการแนะนำอสังหาริมทรัพย์ และการส่งเสริมกิจกรรมระหว่างผู้อยู่อาศัยของออริจิ้นกับสัตว์เลี้ยง
ในปี จะเปิดตัวอีก 5 โครงการ มูลค่า 12,500 ล้านบาท ย่านสุขุมวิทวิท(ให้บริการเช่าคล้ายโรงแรม โดย Intercontinental Bangkok) , บางหว้า และภูเก็ต
“ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีโอกาสเติบโตอยู่เสมอเพราะโครงการที่ผ่านมา แม้จำนวนห้องจะน้อยลงแต่มีคนมาต่อแถวเพื่อจองซื้อเช่นเดียวกับเมื่อก่อน เพียงแค่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะต้องมองหากลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง”
สำหรับกลยุทธ์การตลาด บริษัทฯ ได้ดึง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” กลับมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อีกครั้ง เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และตอกย้ำภาพลักษณ์ขององค์กร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้แต่งตั้ง Master agent ในตลาดต่างประเทศ และดึง “Irene Wan (เวินปี้เสีย)” นักแสดงชื่อดังชาวจีน-ฮ่องกง เป็นพรีเซ็นเตอร์คอนโดมิเนียมแบรนด์ Park Origin Collection
ในส่วนของธุรกิจโรงแรม บริษัทฯ มีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 3 แห่ง ในปี 2568 และตั้งเป้าขยายพื้นที่คลังสินค้าเป็น 1 ล้านตารางเมตร ภายใน 5 ปี
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567 ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ 1,472 ล้านบาท และ EBITDA 514 ล้านบาท
บริษัท ออริจิ้นฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในอนาคต ทั้งในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และโลจิสติกส์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง
แผนธุรกิจของบริทาเนีย ปี 68 (กลุ่มบ้านแนวราบ)
ดร.ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่ 9 ของการประกอบธุรกิจตั้งแต่เริ่มก่อตั้งและ 3 ปีในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม เริ่มตั้งแต่ 2.5 ล้านสำหรัยกลุ่มคนเพิ่งเริ่มมีบ้านและไปจนถึงวิลล่าหรู โดยปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวโครงการไปมีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท
โดยในปี 2568 บริทาเนีย ยังคงพบว่าเทรนด์ที่อยู่อาศัยหลังจากนี้ยังคงคล้ายกับกลุ่มคอนโด คือ กลุ่มคนรักสัตว์ , รักสุขภาพ , รักประโยชน์ใช้สอย จนสร้างออกมาเป็นกลยุทธ์ผ่าน 3 แกนหลัก คือ การเติบโตอย่างแม่นยำ , การเชื่อมั่นในแบรนด์ดิ้ง และการเติบโตในธุรกิจใหม่ๆ (Crafted Expansion) เช่น บริการสถขภาพถึงบ้าน , บริการดูแลสัตว์เลี้ยง และบริการดูแลตัดแต่งต้นไม้-สวน และการขายแบบบ้านให้ลูกค้าไปก่อสร้างเอง เป็นต้น ซึ่งในปีนี้จะเปิดทั้งหมด 6 โครงการในทุกกลุ่มลูกค้า มูลค่า 7,500 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ราว 4,000 ล้านบาท
กลยุทธ์ของ Primo ปี 68 (กลุ่มธุรกิจและบริการ)
สุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรี โม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ซึ่งก่อตั้งในปี 2554 โดยให้บริการตั้งแต่ก่อนการอยู่อาศัย ด้านวิศวกรรม-งานก่อสร้าง , การดูแลด้านนิติบุคคลของที่อยู่อาศัย , เอเจนในการหาที่พักให้ผู้อยู่อาศัยต่างประเทศ , การบำรุง-ดูแลรักษาอสังหาริมทรัพย์ และการประกันภัย รวมโครงการที่ดูแล 101 โปรเจกต์ ให้บริการรวมถึง 44,650 ครัวเรือน
ในปี 2568 นับว่าเป็นปีที่ยังคงมีการเติบโตในธุรกิจการบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์อยู่ โดยส่วนใหญ่จะพยายามรักษาสัญญาเดิมและเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน และขยายไปยังหัวเมืองต่างๆอย่างขอนแก่น , พัทยา และภูเก็ต พร้อมตั้งเป้ารายได้ที่ 1,850 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 20% ในกลุ่มธุรกิจก่อนการเข้าอยู่อาศัย , 32% ในกลุ่มบริการระหว่างอยู่อาศัย และ 48% ในกลุ่มการดูแล-บำรุงรักษาที่อยู่อาศัย
กลุ่มธุรกิจโรงแรมของออริจิ้นในปี 68
ปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ระบุว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมา มีทั้งหมด 9 โรงแรม แบ่งเป็น 4 โรงแรมในกรุงเทพ 1,091 ห้องพัก และ 5 โรงแรมในต่างจังหวัด 1,215 ห้อง โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,433 บาท และมีรายได้ถึง 1,472 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) อยู่ที่ 514 ล้านบาท
โดยในปี 2568 จะมีโรงแรมเปิดใหม่อีก 3 โรงแรม รงม 764 ห้อง ทั้งที่เชียงใหม่ ภูเก็ตและกรุงเทพมหานคร โดยตั้งเป้าหมายภานในปี 2570 จะมีโรงแรมในพอร์ตของบริษัทรวม 12 โรงแรม รวมห้องพักกว่า 3,000 ห้อง และตั้งเป้ามูลค่าบริษัทที่ 7,000 ล้านบาท
แผนธุรกิจ แอลฟา อินดัสเทรียล ปี 68 (กลุ่มโลจิสติกส์และโกดังจัดเก็บสินค้า)
ปธาน สมบูรณสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการภายใต้การดูแลอยู่ 9 โครงการ พื้นที่รวมกว่า 457.4 ไร่ โดยมีพื้นที่ที่พัฒนาแล้ว รวม 383,039 ตารางเมตร แต่ในปี 2568 จะเตรียมการขยายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ปล่อยเช่าเต็มหมดแล้ว ก็จะขยายเพิ่มไม่สามารถรองรับลูกค้าเพิ่มมากขึ้นได้ และเดินหน้าต่อในการเตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆในเครือต่อไป
