ข่าว
เปิดกลยุทธ์ แกร็บประเทศไทย ปี 68 เร่งขยายฐานลูกค้า ชู “S.M.A.R.T” บริการครบทุกเจเนอเรชัน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทยแล้ว 1.79 แสนล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ประกาศแผนธุรกิจปี 2568 ตอกย้ำความเป็นผู้นำซูเปอร์แอป เดินหน้าขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่มเจเนอเรชัน ตั้งแต่ Gen Z, Millennials, Baby Boomers ไปจนถึง Gen Alpha พร้อมชู 5 กลยุทธ์ “S.M.A.R.T” เสริมความแข็งแกร่งด้านบริการและประสบการณ์ผู้ใช้ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทยแล้ว 1.79 แสนล้านบาท
นางสาวจันต์สุดา ระบุว่า ปัจจุบัน Grab ให้บริการอยู่ใน 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน 500 เมืองและมีผู้ใช้ถึง 44 ล้านการใช้งานต่อเดือน(Monthly transactions) ในปีที่ผ่านมาทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งใน 4 สนามบิน , เมืองรอง และมีการใช้บริการเรียกรถในกลุ่มนักท่องเที่ยว ต่างชาติเติบโตถึง 138% เมื่อเทียบกับปี 2566 นอกจากนี้ยังมีการเข้าไปสนับสนุนเทศกาลดนตรีเทศกาลต่างๆตามสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและลดปัญหาด้านจราจร
ขณะเดียวกันการใช้ข้อมูลของผู้ใช้พัฒนาสินค้าดำเนินการจนเกิดเป็นการสั่งสินค้าแบบกลุ่ม (Group order) และเก็บเงินรายคนได้ มีการเติบโตถึง 2 เท่า ส่วนการเรียกรถผ่านการจองรถล่วงหน้า เติบโตขึ้น 60% และเห็นการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลต่างๆเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและมีระยะเวลาที่ชัดเจนในการเดินทาง
ด้านโปรโมชั่นส่งเสริมการขายไม่ว่าจะเป็น Grab Saver มีการเติบโต 5 เท่าในส่วนของ Grab Car และ 4 เท่าในส่วนของ Grab Bike ส่วนโซลูชั่นสำหรับธุรกิจต่างๆแบบ B2B มีการเพิ่มช่องทางการโปรโมทไม่ว่าจะเป็นการห้อยสินค้าไว้หลังไอคอนรถยนต์ที่ผู้คนจะต้องมองอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่มีแผนสำหรับการเพิ่มธุรกิจเอเจนซี่โฆษณา ยังเป็นเพียงผู้ให้บริการจุดโฆษณา (Ads Placement ) นอกจากนี้ยังมีบริการ Grab for Business การเรียกรถสำหรับพนักงานสามารถตัดเงินบริษัทได้โดยอัตโนมัติ ก็พร้อมให้บริการลูกค้ากลุ่มธุรกิจด้วย
เมื่อพูดถึงกลุ่มนักธุรกิจที่สร้างรายได้สูงสุดจะเป็นกลุ่มคมนาคมหรือการเดินทาง โดยได้อานิสงส์จากกลุ่มการท่องเที่ยว ส่วนกลุ่มธุรกิจที่กำลังมาสำหรับ Grab จะเป็นกลุ่ใบริการใหม่ๆ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาพรวมตลาดส่วนตัวมองว่า ยังคงทรงตัว แต่ธุรกิจของ Grab จะยังมีโอกาสเติบโตอยูาแม้ว่าจะมีผู้เล่นรายอื่นเข้ามาในตลาดก็ตาม แต่เชื่อว่าความปลอดภัยและเทคโนโลยียังคงจะทำให้บริษัทเป็นผู้นำอยู่
5 กลยุทธ์ “S.M.A.R.T” ของแกร็บในปี 2568
- S: Sustainability มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
- M: Market Expansion การขยายตลาดและฐานลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่มและพื้นที่ทั่วประเทศ
- A: Affordability มุ่งมั่นนำเสนอบริการที่เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม เช่น การออกโปรโมชั่นส่วนลดค่าบริการ หรือการเปิดตัวบริการใหม่ที่มีราคาประหยัด
- R: Retention รักษาฐานลูกค้าเดิมด้วยบริการที่ตอบโจทย์ เช่น การปรับปรุงแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่ายขึ้น หรือการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
- T: Tech & Innovation พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปรับปรุงเส้นทางการเดินทาง หรือการพัฒนาระบบชำระเงินที่ปลอดภัยและสะดวกยิ่งขึ้น
ขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน
แกร็บพยายามที่จะเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยในปีนี้ได้เปิดตัว “Friends of Grab” คว้าตัว 4 หนุ่มสุดฮอต “เจมีไนน์-โฟร์ท” และ “สกาย-นานิ” เป็นพรีเซนเตอร์ เจาะตลาด Gen Z และ Millennials เสริมทัพ “เบลล่า-ราณี” แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่อยู่เคียงข้างแกร็บมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ แกร็บยังเล็งเห็นศักยภาพของตลาดครอบครัว เปิดตัวฟีเจอร์ “บัญชีครอบครัว (Family Account)” ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการหลัก (Core User) ที่ต้องการเรียกรถให้สมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงวัย (พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่) หรือเด็กเล็ก (ลูก-หลาน) โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของสมาชิกในครอบครัวมากยิ่งขึ้น
ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
แกร็บยังคงเดินหน้าสนับสนุนนโยบาย “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” ของรัฐบาล ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านการสนับสนุนและเข้าร่วมอีเวนท์สำคัญระดับประเทศ อาทิ งาน S2O Songkran Music Festival, Siam Songkran Music Festival และ Maha Songkran World Water Festival 2025 สร้างประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยว
บริการที่เข้าถึงได้ในราคาที่คุ้มค่า
แกร็บขยายบริการ GrabCar/GrabBike SAVER ครอบคลุมทั่วประเทศ ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการที่ต้องการทางเลือกการเดินทางที่ประหยัดและคุ้มค่า
ด้านบริการฟู้ดเดลิเวอรี แกร็บยังคงชูแคมเปญ “Hot Deals” จากร้านอาหารดังทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มจำนวนร้านที่เข้าร่วมโปรแกรมและจัดโปรโมชันตามเทศกาลหรือโอกาสพิเศษต่างๆ อย่าง “GrabFood Mega Sale” ที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% และส่งฟรี ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่าและความหลากหลายของอาหาร
รักษาฐานลูกค้าและสร้างความผูกพัน
“GrabUnlimited” ยังคงเป็นโปรแกรมเรือธง มอบสิทธิพิเศษและส่วนลดครอบคลุมทุกบริการ ในราคาเริ่มต้นเพียง 19 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ได้เปิดตัว “GrabVIP” สำหรับผู้ใช้บริการที่มียอดใช้จ่ายสูง มอบสิทธิพิเศษเหนือระดับ อาทิ ส่งอาหารไว (Priority Delivery) และความช่วยเหลือพิเศษก่อนใคร (Priority Support) สร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
สำหรับคนขับ แกร็บจัดเต็มสิทธิประโยชน์ ทั้งประกันรถจักรยานยนต์, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ, ประกันสุขภาพครอบครัว และกิจกรรมพิเศษ อาทิ การแจกรถยนต์/จักรยานยนต์ สร้างขวัญกำลังใจและแรงจูงใจในการให้บริการ
สำหรับกลุ่มพาร์ทเนอร์ร้านค้า แกร็บยังเดินหน้าพัฒนาบริการสินเชื่อเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและเป็นทุนในการขยายธุรกิจ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาประกันค้าขายหายห่วง เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ประกอบการธุรกิจจากเหตุไม่คาดฝันด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: แกร็บยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยมีแผนในการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงเส้นทางการเดินทาง, ระบบการจับคู่คนขับ-ผู้โดยสาร และพัฒนาระบบชำระเงินให้ปลอดภัยและสะดวกยิ่งขึ้น
ในปีนี้ แกร็บได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ อาทิ Advance Booking for Airport Pickups บริการจองรถล่วงหน้าเพื่อให้มารับที่สนามบินโดยสามารถระบุไฟลท์และเวลาเดินทางเพื่อเป็นข้อมูลให้กับคนขับได้ ซึ่งปัจจุบันได้ทดลองให้บริการแล้วที่สนามบินภูเก็ต GrabExecutive บริการเรียกรถล่วงหน้าระดับพรีเมียม ที่เจาะกลุ่มนักธุรกิจและลูกค้าไฮเอนด์และนักท่องเที่ยว Book Table บริการสำหรับจองร้านอาหารเพื่อรับประทานที่ร้าน ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือและเชื่อมต่อกับระบบของ Chope ซึ่งมีจุดแข็งในด้านระบบการจองร้านอาหาร และล่าสุดกับการพัฒนา QR Payment สำหรับจ่ายกับคนขับโดยตรง เพื่อเพิ่มทางเลือกการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการ ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาให้กับคนขับที่มีเงินสดสำรองไม่เพียงพอ
ความยั่งยืน
แกร็บให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สานต่อโครงการ “Grab EV” ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลดมลพิษกับ BYD โดยทั้งภูมิภาคตั้งเป้าไว้กับ BYD ที่ 50,000 คัน , โครงการ “ชดเชยคาร์บอน” เพิ่มพื้นที่สีเขียว และริเริ่ม “Grab Go Green” ลดขยะอาหาร สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
- อ่าน : แกร็บ (Grab) เผยคนขับรถยนต์ไฟฟ้า EV ทะลุ 1 หมื่นคัน ผนึก 5 พันธมิตร เสริมแกร่งโครงการ Grab EV
นอกจากนี้ยังมีโครงการในการสร้างคนรุ่นใหม่โครงการ Grab Spark ให้นักศึกษาฝึกงานสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ , ประกวดแผนธุรกิจ และรับทุนการศึกษาซึ่งจะเปิดตัวในเร็วๆนี้
สร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทย 1.79 แสนล้าน
“ตลอดระยะเวลาเกือบ 12 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แกร็บภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย และมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนผ่านผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ระบุว่ากิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงจรธุรกิจของ Grab ในปี 2566 ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สิ่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้แกร็บยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีเป้าหมาย พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตและยกระดับคุณภาพชีวิตของไทยต่อไป” นางสาวจันต์สุดา กล่าวปิดท้าย
