ข่าว
หัวเว่ย คลาวด์ เปิดตัวโซลูชัน AI ใหม่ล่าสุด พร้อมอัปเกรด DataArts, MetaStudio และ GaussDB
หัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวโซลูชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยี AI พร้อมอัปเกรดโซลูชันเดิม เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจต่างๆ เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล
ในการจัดงาน Huawei Cloud Thailand Gala Dinner 2024 วิคเตอร์ หลัว (Victor Luo) รองประธาน หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ได้เปิดตัว 2 โซลูชันอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้แก่ CloudPond แพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับใช้บริการคลาวด์สาธารณะได้โดยตรง ณ สถานที่ของตนเอง รองรับบริการคลาวด์ชั้นนำมากกว่า 30 รายการ และ CodeArts แพลตฟอร์มการพัฒนาซอฟต์แวร์บนคลาวด์แบบครบวงจร ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโค้ดบริการ เพิ่มคำอธิบาย และสร้างกรณีทดสอบโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังได้พัฒนาโซลูชันต่างๆ ได้แก่ DataArts ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม LakeHouse ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรวม จัดเก็บ และบริหารจัดการข้อมูลได้ถึง 20% , MetaStudio แพลตฟอร์มบนคลาวด์สำหรับการสร้างเนื้อหาดิจิทัล มนุษย์ดิจิทัล (Digital Human) และวิดีโอที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมนุษย์ดิจิทัลสามารถลิปซิงค์ริมฝีปากได้ถึง 95% และ GaussDB ฐานข้อมูลกระจายจาก หัวเว่ย คลาวด์ ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมคลาวด์เนทีฟ มีความปลอดภัยสูง และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้อย่างมาก
เซลีน เกา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดตัวโซลูชันและการอัปเกรดใหม่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับความเป็นผู้นำของ หัวเว่ย คลาวด์ ในด้านประสบการณ์การให้บริการ โดยในประเทศไทย หัวเว่ย คลาวด์ ครองตำแหน่งอันดับ 1 ด้วยความหน่วงเวลาเพียง 12 มิลลิวินาที มีมาตรการการป้องกันที่แข็งแกร่งและการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยกว่า 150 รายการ และอัตราการให้บริการ SLA หลักสูงกว่า 99.99%
ในงานนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังได้มอบรางวัลนวัตกรรม (Innovation Awards) รางวัลความเป็นเลิศ (Excellence Awards) ให้แก่ลูกค้า และรางวัลให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงมอบรางวัลและของรางวัลให้แก่ผู้ชนะจากการแข่งขัน Huawei ICT Competition 2024-2025 โดยผู้ชนะสามทีมได้แก่ ทีม Union จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (Network Track), ทีม Bearx5 (Cloud Track) และทีม Compnet (Computing Track) จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันรอบภูมิภาคในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
