Connect with us

ข่าว

ตำรวจโชว์ฝีมือรวบแล้ว 2 โจรใน 2 อำเภอก่อเหตุทั้งลักทรัพย์และวิ่งราวที่ไม่เคยมีในพื้น

Published

on

ผู้สื่อข่าว : วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ ผู้สื่อข่าวแม่ฮ่องสอน

จากกรณีเกิดเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ตำบลนาปู่ป้อม อำเภอปางมะผ้า เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 19 กันยายน 2566 โดยกล้องวงจรปิดของ อบต.นาปู่ป้อม สามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน ขณะที่ขับชี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น เวฟ 110 สีฟ้า หมายเลขทะเบียน จรพ-207 เชียงใหม่ เป็นของนายประดิษฐ์เพชร ไวพจน์สุนทร ที่จอดไว้แล้วลืมถอดกุญแจออก โดยขับขี่มุ่งหน้าออกไปทางตัวอำเภอปางมะผ้า จากรูปพรรณที่กระจายข่าวผ่านโซเชี่ยลจนนำไปสู่การติดตามตัว ซึ่งทางสถานีตำรวจภูธรปางมะผ้าสัญนิษฐานว่าน่าจะเป็นแรงงานต่างด้าว ที่ลักลอบเข้ามาก่อเหตุเพื่อเตรียมนำรถจักรยานยนต์ส่งออกขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้กระจายกำลังการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายหลบซ่อนอยู่ในหมู่บ้านไม่ห่างจากตัวอำเภอมากนัก ต่อมากำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าจับกุมทันทีได้พร้อมของกลางที่ขโมยไป ทราบชื่อคือนายจาย ไม่ทราบนามสกุล เป็นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยสารภาพว่าต้องการเข้ามาขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อส่งขายตามใบสั่ง ที่จะเน้นเฉพาะรถที่ไม่มีเกียร์อัตโนมัติ เจ้าหน้าที่จึงรวบตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและลักทรัพย์ผู้อื่นต่อไป

ส่วนอีกคดีเกิดขึ้นที่ในพื้นที่บ้านสอตือ ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม ในช่วงสายของวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่นางนาง จิตสะอาด อายุ อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 971 หมู่ที่ 1 ตำบลขุนยวม ซึ่งที่บ้านเปิดเป็นร้านขายของชำ ช่วงที่เกิดเหตุนั้นมีชายคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์เข้ามาที่ร้าน ทำทีขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินไปหยิบของให้นั้นปรากฏว่าชายคนดังกล่าวกระโดดเข้ามากระชากสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงพร้อมจี้ ตนเองจึงได้เกิดการยื้อแย่งจนทำให้สร้อยขาด คนร้ายได้ไปเพียงบางส่วน จากนั้นก็รีบขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที ผู้เสียหายจึงเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขุนยวม พร้อมกับจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย และทางตำรวจตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีจากกล้องวงจรปิดก็ทราบว่าหลบหนีไปตามเส้นทางอำเภอขุนยวมไปยังอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาทางตำรวจภูธรขุนยวมได้ประสานกับชุดสืบสวนสอบสวน ของตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันติดตาม ก็ทราบว่าคนร้ายแอบเช่าห้องพักแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ด้าน พันตำรวจโทปรีชา ตันวงศ์ษา สารวัตรสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 จึงนำกำลังเข้าจับกุมทันที

จากการสอบสวนทราบชื่อคนร้ายคือนายยงยุทธ แก้วสุข อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 13 บ้านแม่กี๊ ตำบลแท่กี๊ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า โดยให้การเพิ่มเติมว่า ตนมีปัญหาเรื่องเงิน จะต้องใช้หนี้ที่กู้ยืมมาจากเพื่อนจำนวน 3,000 บาท แต่ยังไม่มีเงินที่จะคืน เมื่อตอนเช้าวันเกิดเหตุ ได้ขับรถจักรยานยนต์จากบ้านที่บ้านขับรถวนไปที่ร้านค้าบ้านสอตือ ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จว.แม่ฮ่องสอน ซี่งตนเคยไปส่งน้ำดื่มประจำ และได้แวะซื้อเครื่องดื่มชูกำลังจำนวน 1 ขวดและได้ยื่นธนบัตรฉบับละ 100 ให้เจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้หญิงสูงวัย ซึ่งสวมใส่สร้อยคอทองคำ เมื่อได้รับเงินทอนจากหญิงผู้เสียหายแล้ว ตนได้กระชากสร้อยคอทองคำดังกล่าว โดยทราบภายหลังว่าได้ทองคำมาจำนวนหนึ่งประมาณครึ่งเส้นพร้อมจี้เหรียญเสริม12นักษัตร ลี่ไห่ จากนั้นหลบหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ของตน แล้วขับรถหลบหนีเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเมื่อมาถึงพื้นที่ อำเภอแม่แจ่ม ได้แวะร้านทอง(ก่อนถึงปั๊ม ปตท.ซ้ายมือ)และนำทองคำไปขายโดยอ้างว่าเป็นสร้อยคอของลูก และได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนของตนให้เจ้าของร้านทองด้วย ขายทองคำดังกล่าวได้เงินจำนวน 8,900 บาท แต่ได้เก็บจี้เหรียญเสริม12นักษัตร ไว้ในเบาะรถจักรยานยนต์ จากนั้นได้ขับรถมาหาที่พักบริเวณขนส่งอาเขต โดยได้นำเงินไปเติมบัญชีสล๊อตจำนวน 1,000 บาทและเติมน้ำมันรถซื้อของกินและจ่ายค่าห้องพัก เหลือจำนวน 6,540 เท่านั้น ตำรวจภูธรภาค 5 จึงได้ประสานกับตำรวจภูธรขุนยวมเพื่อรับตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 กรณีในขณะนี้ได้กลายเป็นกระแสทางโซเชี่ยลในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะในจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่ค่อยเกิดเหตุขึ้น โดยเฉพาะชาวบ้านเองก็อยู่กันอย่างสงบ ถึงแม้จะจอดรถไว้ที่ไหนก็มักจะไม่ถอดกุญแจ หรือกรณีฉกชิงวิ่งราวก็แทบไม่เกิดขึ้น แต่ในระยะหลังมักจะมีเหตุมากขึ้น ส่วนมากจะมาจากกลุ่มคนที่หลบหนีเข้าเมืองแล้วลอบเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งทางหลายหน่วยงานได้กระจายข่าวการแจ้งเตือนและเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้นใน 7 อำเภอแล้ว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement