ข่าว
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบสิ่งของพระราชทานผู้ประสบภัย
ผู้สื่อข่าว : วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ ผู้สื่อข่าวแม่ฮ่องสอน
ผู้แทนพระองค์มอบสิ่งของพระราชทานจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ แก่ผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากในหมู่บ้านแนวชายแดนสาละวิน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมป์ มอบแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 9 ครัวเรือน รวมทั้งมอบให้นายอำเภอสบเมย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ กำนันตำบลแม่สามแลบ เพื่อนำไปส่งมอบให้กับผู้ประสบเหตุอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่บ้านแม่ตอละ ที่ไม่สามารถเดินทางออกมารับสิ่งของพระราชทานได้ จำนวน 74 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 83 ครัวเรือน โดยมี นายอัครพันธุ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมย นายเรืองฤทธิ์ ผลดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้แทนสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่เข้าร่วมพิธี โดยผู้เข้ารับมอบสิ่งของพระราชทาน ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้เหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2566 เวลาประมาณ 18.00 น. ทำให้บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำป่าพัดได้รับความเสียหายในพื้นที่อำเภอสบเมย 27 หลัง เสียชีวิต 1 คน ประชากรมีทั้งหมดจำนวน 83 ครัวเรือน

สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ ยังคงมีฝนตกอยู่ตลอด ทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบาก รถปิกอัพธรรมดาไม่สามารถเข้าได้ นอกเหนือจากรถระบบโฟร์วิลล์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้นสามารถเข้าได้ คนขับก็ต้องชำนาญการพิเศษใช้ความระมัดระวังระยะทางเพียงแค่ 35 กม.จาก อบต.แม่สามแลบถึงบ้านแม่ตอละ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ขณะนี้ทางหลวงชนบทแม่สะเรียง หมวดทางหลวงแม่สะเรียง นำเครื่องจักรกลหนักเข้าเคลียร์พื้นที่ สามารถเดินทางเข้าพื้นที่ได้บ้างแล้ว แต่ต้องเฝ้าระวังปัญหาดินสไลด์ปิดทับเส้นทางเพราะยังมีฝนตกต่อเนื่อง นอกจากนี้การไฟฟ้าแม่สะเรียงและหน่วยงานเจ้าของระบบสื่อสาร ต่างเร่งทำงานกันตลอดทั้งวัน เพื่อเร่งคืนระบบไฟฟ้าและการสื่อสารที่ถูกตัดขาดโดยเร็ว
