Connect with us

ข่าว

ลำพูน กองทัพภาคที่ 3 ขอโทษดาราหนุ่มป่วยติดเตียงมาเกณฑ์ทหาร

Published

on

กองทัพภาคที่ 3 ออกแถลงการณ์ ขอโทษดาราหนุ่มป่วยติดเตียงที่ต้องนอนมากับรถกู้ภัยมาเกณฑ์ทหาร ขณะที่แม่ของน้องอ๊อฟ ออกมาเปิดเผยว่าหลังกองทัพภาคที่ 3 ออกแถลงการณ์ ระบุว่าอยากให้กรณีของลูกชายตนเป็นรายสุดท้ายเนื่องจากทุกวันนี้ต้องทนทุกข์ดูแลลูกชายเพียงลำพัง หากเมื่อวานนี้ลูกชายตนเป็นอันตรายถึงชีวิตใครจะเป็นคนรับผิดชอบ

จากรณีที่ นางสาวดวงกมล วุฒิโรธง แม่ของนายธนกฤต วุฒิโรธง หรือน้องอ๊อฟ นักแสดงจากภาพยนตร์ “16 ห้าว 19 เดือด”ที่ประสบอุบัติเหตุกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ต้องนั่งรถกู้ภัย มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจร่างกาย ที่หน่วยตรวจเลือกทหารกองเกิน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน หลังจากประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง หลังถูกหญิงสาวรายหนึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ขับรถยนต์มาชนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของอ็อฟอย่างจัง ทำให้อ็อฟหัวฟาดพื้นอย่างแรง กะโหลกศีรษะร้าว อาการสาหัส กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงใน ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องปลอดเชื้ออยู่ที่บ้าน

ต่อมา ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 3 ขอชี้แจงกรณี ปรากฏข่าวในสื่อออนไลน์ เรื่องผู้ป่วยติดเตียงมาเข้ารับการตรวจเลือดทหารกองประจำการ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลำพูน ในวันที่ 8 เม.ย.66 ดังนี้ เมื่อประมาณ กลางเดือน ก.พ.66 มีผู้ปกครองของทหารกองเกินมาแจ้งกับ สัสดี อ.เมือง จ.ลำพูน ว่าบุตรชายของตนชื่อ นายธนกฤต เกิด พ.ศ.2545 ภูมิลำเนาทหาร ม.7 ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ได้ประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ป่วยติดเตียง ไม่สามารถที่จะมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ ในวันที่ 8 เม.ย.66 ที่หอประชุมอำเภอเมืองลำพูนได้ มีแนวทางในการดำเนินการอย่างไรบ้าง

ซึ่งสัสดีอ.เมืองลำพูน ได้อธิบายให้ผู้ปกครองทราบถึงข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ ตามภาษาพูดที่จะเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าถ้าผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาแสดงตนได้ ให้ผู้ปกครองนำเอกสารประวัติการป่วย และใบรับรองแพทย์ มาแจ้งต่อคณะกรรมการในวันตรวจเลือกฯ ทางคณะกรรมการฯ จะออกเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) เป็นคนจำพวกที่ 3 (คนซึ่งมีร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได้เพราะป่วย ซึ่งจะบำบัดให้หายไม่ได้ภายในกำหนด 30 วัน กรณีนี้ให้เรียกมาตรวจเลือกในคราวถัดไปเมื่อคณะกรรมการตรวจเลือกฯ ได้ตรวจเลือกแล้วยังคงเป็นคนจำพวกที่ 3 อยู่รวม 3 ครั้ง ให้งดเรียก (การนับครั้งจะนับครั้งให้เฉพาะที่ได้ตัวมาตรวจเลือกถ้าตัวไม่มาตรวจเลือกไม่นับครั้งให้)

ซึ่งทางญาติบอกว่ายุ่งยากไม่สามารถทำได้ สัสดี อ.เมืองลำพูน จึงได้แนะนำว่า ถ้าจะให้ผลการตรวจเลือกฯ จบภายในปีนี้ ให้นำบุตรชายมาแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกฯ โดยขอรับการสนับสนุนรถรับ-ส่ง ผู้ป่วย (EMS) ของเทศบาลเวียงยองนำผู้ป่วยเข้าตรวจเลือกฯ และให้มาจอดรออยู่บริเวณหน้าสถานที่ตรวจเลือกฯ สัสดี อ.เมืองลำพูน จะอำนวยความสะดวก

Advertisement

โดยนำเรียนคณะกรรมการตรวจเลือกฯ มาทำการตรวจเป็นกรณีเร่งด่วน เมื่อคณะกรรมการฯ ดำเนินการกำหนดเป็นคนจำพวกแล้ว จะได้รีบนำตัวผู้ป่วยกลับบ้าน ผลการตรวจเลือกฯ จะจบสิ้นในวันตรวจเลือกฯ ซึ่งทางผู้ปกครองเข้าใจและรับปากยืนยันว่าจะนำตัวผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ ในวันที่ 8 เม.ย. 66 ที่หอประชุมอำเภอเมืองลำพูน

และเมื่อ วันที่ 8 เม.ย.66 เวลา 09.30 น. ผู้ปกครองได้พาผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ โดย คณะกรรมการตรวจเลือกฯ ได้อำนวยความสะดวกตามที่ได้ประสานไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ผลการตรวจเลือกฯ กรรมการแพทย์ตรวจร่างกายพบว่าผู้ป่วยมีอาการกะโหลกศีรษะยุบ คณะกรรมการตรวจเลือกฯ ลงความเห็นว่าเป็น คนจำพวกที่ 2 (คนซึ่งมีร่างกายที่เห็นได้ชัดว่าไม่สมบูรณ์ดีเหมือนคนจำพวกที่ 1 แต่ไม่ถึงกับทุพพลภาพ) มอบเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) ให้ผู้ปกครองรับไป รวมใช้เวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น ประมาณ 10 นาที ซึ่งนับว่า นายธนกฤตฯ ได้ผ่านการตรวจเลือกฯ ตามข้อกฎหมายอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ อีกต่อไป

อนึ่ง การดำเนินการดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย แต่ก็สร้างความลำบากให้กับผู้ปกครองรวมทั้งตัวนายธนกฤตฯ เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ทางกองทัพภาคที่ 3 จึงขอโทษท่านทั้งสองมา ณ โอกาสนี้ รวมทั้งได้ตำหนิผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ให้ทุกท่านทราบว่า หากท่านมีเหตุจำเป็นซึ่งไม่สะดวกที่จะมาแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกเหมือนกรณีดังกล่าว ขอให้แจ้งคณะกรรมการตรวจเลือกฯพร้อมภาพถ่ายปัจจุบันของผู้เข้ารับการตรวจเลือกฯ ทางกองทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้คณะกรรมการฯ อำนวยความสะดวกให้กับท่าน โดยจะเดินทางไปตรวจร่างกายให้ถึงบ้านหรือโรงพยาบาลที่อยู่ในเขตอำเภอในวันที่มีการตรวจเลือกฯ และมอบเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) ให้ท่านต่อไป

Advertisement

ขณะที่นางสาวดวงกมล วุฒิโรธง แม่ของน้องอ๊อฟ ออกมาเปิดเผยหลังจากที่กองทัพภาคที่ 3 ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษ ระบุว่าขอให้กรณีของลูกชายตนเป็นรายสุดท้าย ที่ผู้ป่วยติดเตียงต้องเข้ารับการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหาร หากเมื่อวานนี้ที่ลูกชายตนต้องนอนในรถกู้ภัยไปให้คณะกรรมการตรวจร่างกายและและเป็นเหตุให้น้องเสียชีวิตใครจะเป็นคนรับผิดชอบลำพังน้องอ๊อฟต้องรักษาตัวอยู่ในห้องปลอดเชื้อที่บ้านก็ลำบากอยู่แล้วประกอบกับก่อนหน้านรี้ตนได้ไปปรึกษากับแพทย์เจ้าของไข้น้องอ๊อฟ ทางคุณหมอก็ได้เตือนแล้วหากไม่จำเป็นก็อย่าให้น้องงอ๊อฟ ออกจากห้องโดยไม่จำเป็นเพราะอาจจะติดเชื้อก็เป็นได้นอกจากนี้หากมีผู้ป่วยรายอื่นที่อาศัยอยู่พื้นที่ทุรกันดารอยู่ไกลจากสถานที่คัดเลือกทหารเกณฑ์คงจะเป็นการซ้ำเติมให้กับผู้ป่วยและคนในครอบครัวอย่างแน่นอน และหวังว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดกับคนอื่นอีก

Continue Reading
Advertisement