ข่าว
ปางช้างแม่สาเร่งฟื้นฟูหลังสะพานขาด
ผู้สื่อข่าว : ภัทร์ศิริ ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่
แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ “อัญชลี กัลมาพิจิตร “ทายาทปางช้างแม่สา ภายหลังปางช้างแม่สา ประสบปัญหาโรคระบาดโควิด 19 เรื่องการจัดการมรดกมูลค่านับ 1,000 ล้านบาทของผู้จัดการร่วม ที่ยังยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี และภัยธรรมชาติ ฝนตกหนักสะพาน ปางช้างขาดรายได้ พนักงาน ครวญช้าง ใกล้วิกฤต เศรษฐกิจย่ำแย่
เมื่อวันที่ 10 ต.ค.65 ที่ปางช้างแม่สา อำเภอแม่รม จังหวัดเชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้เร่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปางช้างแม่สา และพนักงาน ของปางช้างแม่สา ดำเนินการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสะพานข้ามเข้าสู่ปางช้างแม่สา ที่ขาด เนื่องจากฝนตกหนัก นำไหลหลากพัดสะพานขาดไป เพื่อสร้างสะพานและการเปิดให้บริการปางช้างแม่สา ให้แก่นักท่องเที่ยว อย่างเร่งด่วน

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหาของปางช้าง มีหลายอย่าง ถือว่าสาหัสมากสาหัสกว่าครั้งที่เราต้องเผชิญเรื่องโควิด 19 เมื่อ 2-3 ที่ผ่านมา เนื่องจากว่าตอนนี้ภัยธรรมชาติอุทกภัย ได้สร้างความเสียหายให้กับปางช้างแม่สาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วก็ประมาณ 30% ของ ของปางช้างแม่สาที่จะต้องฟื้นฟู แล้วต้องมีการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆโดยเฉพาะสะพานข้ามลำน้ำแม่สา สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินข้ามไปสู่ตัวปางช้างแม่สา ซึ่งหายไปกับน้ำป่าในช่วงที่ผ่านมา เมื่อประมาณวันที่ 1 ตุลาคม 65 ซึ่งขณะนี้เราก็ยังคงแก้ไขปัญหาไม่ได้เนื่องจากว่าเราจะต้องเขียนแบบขึ้นมาใหม่ แล้วก็มีการคำนวณค่าใช้จ่าย ที่จะต้องสร้างสะพานขึ้นมาใหม่ ซึ่งในตอนนี้เราต้องประสบกับสภาวะที่ต้อง “ปิดปางช้างแม่สา” ไม่มีรายได้เข้ามาประมาณกว่า 1 สัปดาห์แล้ว และก็ความยากลำบากต่างๆ ก็ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงสถานที่ รวมไปถึงยังต้องหาสิ่งอุปโภค - บริโภค ให้กับช้าง รวมไปถึงพนักงานในปางช้างแม่สาสิ่งที่เราจะต้องมีให้กับช้างทุกวันก็คือเรื่องอาหารของช้าง ที่จะต้องนำเข้าสู่ปางช้างแม่สา วันหนึ่งประมาณ 9 -10 ตันและในตอนนี้ก็ยังมีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับดินสไลด์ ปัญหาที่เราจะต้องแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะบริเวนริมลำน้ำแม่สา ในวันนี้ต้องเจอกับปัญหาดินสไลด์อีก แล้วก็มีเรื่องของต้นไม้อีก ที่เราต้องตัดทิ้งในบางส่วน เพราะว่าต้นไม้เหล่านี้มีการหักโค่นล้มและจะทำอันตรายให้แก่ตัวช้างในปางช้างแม่สา และในส่วนเรื่องของน้ำ ซึ่งช้างก็ต้องใช้กินน้ำสะอาด ซึ่งก็ใช้ทั้งกินทั้งอาบ ร่วมไปถึงน้ำที่คนก็จะต้องใช้ด้วยในปางช้างแม่สา ซึ่งระบบเหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
นางอัญชลี กล่าวต่ออีกว่า เราก็ได้พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอดและในตอนนี้สะพานทุกสะพาน ที่จะข้ามจากถนนเข้าสู่หมู่บ้าน หรือตัวปางช้างแม่สา ถึงว่าสะพานยังคงอยู่บางจุด แต่จะเป็นสะพานที่ไม่สามารถรับน้ำหนักของทั้งรถยนต์ที่จะข้ามผ่าน หรือแม้กระทั่งรถขนหญ้าที่จะข้ามผ่าน อันนี้ก็เป็นความลำบากของการจัดการปัญหาของปางช้างแม่สาซึ่งมีช้างเลี้ยงมากถึง 68 เชือกในขณะนี้ ในส่วนเรื่องของอาหารช้างนั้นทางปางช้างแม่สา ได้ขอความร่วมมือไปยังปศุสัตว์อำเภอ ซึ่งกำลังจะจัดหาหญ้าแห้ง “หญ้าแพงโกล่าแห้ง” มาให้กับช้างที่ปางช้างแม่สา ซึ่งก็ยังเดินทางมาไม่ถึง แล้วก็ในส่วนของหญ้าสด เราก็ต้องพยายามที่จะจัดการให้ได้ เพราะว่าช้างจะต้องกินอิ่ม แล้วก็ช้างก็จะต้องมีความปลอดภัยด้วย พนักงานทุกคนก็ทำงานหนักมาก เราไม่สามารถที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ เพราะเรายังไม่มีความพร้อมในเรื่องที่จะมาดูแลนักท่องเที่ยว ถึงว่าตอนนี้จะเปิดขึ้นมามันก็ยังไม่มีความปลอดภัย เพราะฉะนั้นเรายังกะระยะเวลาไม่ได้ว่าเราจะเปิดปางช้างแม่สา ขึ้นมาได้อีกเมื่อไหร่
“ถือว่าเป็นเรื่องที่หนักกว่าในเรื่องของโควิดไนท์ทีนที่ผ่านมา เพราะว่าโควิดไนท์ทีน เรายังสามารถที่จะบอกได้ว่าเราจะเปิดปางช้างแม่สาได้แต่ว่าช่วงนี้ เราก็ยังขาดทุนทรัพย์ในการที่จะมาจัดการซึ่งจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพราะว่าปางช้างแม่สา เสียหายไปไม่ต่ำกว่า 30% ในการที่จะต้องหาทุนทรัพย์มาจัดการกับปางช้าง ให้สามารถเปิดขึ้นมาได้เหมือนเดิม ต้องใช้ทุนทรัพย์มาก “และทุนทรัพย์นี้ก็ควรจะมาจากการจัดการทรัพย์สินของคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตรเท่านั้น” จะได้ไม่เป็นภาระของใคร”
ในส่วนของการจัดการเกี่ยวกับปางช้างแม่สา นั้น ตอนนี้เรามีบัญชีที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร มอบให้ปางช้างแม่สาในการที่จะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งตอนนี้เราได้เช็คบัญชีนี้แล้วว่ามีเงินอยู่ประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งทันทีที่เราได้ประสบเหตุการณ์สะพานขาด เราได้ให้ทนายทางฝั่งของเรานางอัญชลี กัลมาพิจิตร ติดต่อไปยังทนายของนางฐิรัตน์ กับมาพิจิตร ผู้จัดการมรดกร่วม เพื่อที่จะเบิกเงินจำนวน 8 ล้านบาท ซึ่งนางฐิติรัตน์ฯ อ้างมาโดยตลอดว่าเงิน 15 ล้านบาทนี้ จะต้องเป็นสินสมรสครึ่งหนึ่ง และคดียังอยู่ในศาลฟ้องร้องเรื่องการแบ่งสินสมรส ดังนั้นนางฐิติรัตน์ ก็ไม่ทำหน้าที่ผู้การมรดกในการโอนทรัพย์สินส่วนนี้ ให้เข้าสู่บริษัทปางช้างแม่สา แต่ด้วยเหตุที่ว่าเราประสบปัญหาในเรื่องของอุทกภัย และเราต้องใช้เงินในการฟื้นฟูค่อนข้างมาก เราก็ติดต่อไปเพื่อจะขอเบิกเงินจำนวน 8 ล้านบาท แล้วที่เหลือไว้ที่ธนาคาร ถ้านางฐิติรัตน์ ดำเนินการทางศาลแล้วศาลมีคำสั่งแบ่งให้ตามคำสั่งศาล ทางปางช้างแม่สาก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าครึ่งนึงของเงินจำนวนนี้ต้องเป็นของปางช้างแม่สาอย่างแน่นอน ซึ่งจริงๆแล้วทั้งหมดทั้ง 15 ล้านเป็นของปางช้างแม่สาอย่างแน่นอน ทีนี้ทางนางฐิติรัตน์ ต้องการที่จะเบิกเงินด้วยจำนวน 600,000 บาทเพื่อจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของทางฝั่งนางฐิติรัตน์ ซึ่งทางปางช้างแม่สาเองโดยทนายเราได้ปรึกษากันแล้ว เราไม่มีปัญหาตรงนี้เลยเราต้องการที่จะเบิกเงิน 8 ล้านกับอีก 600,000 บาท เพื่อที่จะมอบให้กับทางฝั่งนึง ทางทนายของนางฐิติรัตน์ ได้บอกกับเราเมื่อประมาณวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมาว่าจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับนางฐิติรัตน์ แล้วได้ผลอย่างไรนี่ก็จะนำมาบอกเราซึ่งตอนนี้ก็ยังเงียบหายไป ยังไม่ได้ติดต่อกลับมาว่าจะสามารถเบิกเงินจำนวนนี้ออกมาได้ไหม เพราะว่าต้องใช้ผู้จัดการมรดกร่วมทั้ง 2 คนก็คือนางอัญชลี กัลมาพิจิตร กับนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ในการที่จะไปร่วมกันเบิกเงินออกมา ซึ่งปางช้างแม่สา ตอนนี้เรามีค่าใช้จ่ายทุกวัน แล้วก็ที่หนักสุดก็คือเราจะต้องสร้างสะพานใหม่ซึ่งจะต้องใช้เงินค่อนข้างมาก ตอนนี้เรามีค่าใช้จ่ายทุกวันแล้วไม่มีรายได้ ซึ่งตรงนี้เนี่ยเราก็จะต้องตามเอาทรัพย์สินของปางช้างแม่สาที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร ระบุที่จะมอบให้ปางช้างแม่สา ในพินัยกรรมมาให้กับปางช้างแม่สา ซึ่งตอนนี้เรามีโฉนดที่ดินอยู่ 3 แปลง ที่นายชูชาติสั่งให้ขายแล้วการขายที่ดินตอนนี้มันมีขั้นตอน มันไม่ได้ง่ายแล้วมันไม่ได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ไวที่สุดก็คือการเบิกเงินที่มีอยู่แล้วในบัญชีแล้วตกเป็นของปางช้างแม่สา ออกมาใช้ซึ่งตรงนี้จะขออธิบายให้ฟังว่าสถานการณ์เรื่องของการจัดการทรัพย์สินของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่จริงมันไม่ได้ยากจนเกินไป แต่ว่าต้องขอความกรุณาผู้จัดการมรดกอีกท่านหนึ่งได้ทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกร่วมด้วย “ทุกวันนี้เรามีความลำบากมาก ลำบากกันทั้งช้างและพนักงาน” ทุกคนย่ำแย่ไปหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังปางช้างแม่สา ประสบปัญหาเรื่องโรคโควิด 19 เใอ 2-3 ปีที่่านมาเกือบปิดปางช้าง การจัดการมรดกร่วมนับ 1,000 ล้าน และท้ายสุดเรืองพายุฝนถล่ม ภัยธรรมชาติ ปางช้างแม่สา สะพาขาด ทำให้ขาดรายได้ สร้างความฃำบากให้ทั้งคน และช้างในด้านต่างๆ ทำให้บรรดาแฟนคลับปางช้างแม่สา “อัญชลี กัลมาพิจิตร”แห่ใก้กำลังใจ ส่งกำลังใจให้ปางช้างแม่สาอยู่สู้ต่อไปอย่างยั่งยืน.
