Connect with us

ข่าว

แม่ฮ่องสอน​ – นายก​ อบต. ปัดการเบิกจ่ายเงินสร้างฝายแม้วไม่โปร่งใส​ หลังชาวบ้านร้องตรวจสอบ

นายก​ อบต.ท่าผาปุ้ม​ ชี้แจงการเบิกจ่ายเงินสร้างฝายชะลอน้ำ​ ในหมู่บ้าน​แม่กวางเหนือ​ทำตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่าง

Published

on

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามนายพิเชษฐ์​ เกษวงศ์รอต นายก​ อบต.ท่าผาปุ้ม​ เกี่ยวกับกรณีที่มีชาวบ้าน​ กว่า​ 20​ ราย และอดีต​ผู้ใหญ่บ้าน​ บ้านแม่กวางเหนือ​ ม.7​ ต.ท่าผาปุ้ม​ อ.แม่ลาน้อย​ จ.แม่ฮ่องสอน​ ร้อง​เรียน ว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเบิกจ่ายเงินตามโครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำ​(ฝายแม้ว)​จำนวน​ 3​ จุด​ ภายในหมู่บ้าน​ บริเวณลำห้วยบ้านแม่กวางเหนือ​ ม.7​ ต.ท่าผาปุ้มระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง​ ใน​ ต.แม่ลาน้อย ขนาดกว้าง​ 5​ เมตร​ ยาว​ 7​ เมตร​ ในวงเงิน​จุดละ 85,000 บาท​ โดยทำการจัดซื้อจัดจ้าง​เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 นายพิเชษฐ์​ฯ​ กล่าวว่า​ “เราได้จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ​ ส่วนเอกสารที่แนบการเบิกจ่ายทางชุมชนเป็นคนทำเอกสารและเซ็นต์รับรองมา​ โดยทางพัสดุเป็นคนจัดทำแบบฟอร์มให้คนทำงาน มี​ สอบต.เซ็นต์รับรอง​ 2​ ท่าน​มี​ผช.ผญบ.เซ็นต์รับรองมา​ ทางพัสดุ​ เห็นว่าเอกสารถูกต้องครบ​ จึงทำการเบิกจ่ายตามระเบียบและเอกสารที่ส่งมา​ สำหรับการร้องเรียนให้ระงับการเบิกจ่ายเงิน เท่าที่ทราบมา​ อดีต​ ผญบ.ไม่ได้อยู่ใน​พื้นที่งานทุกอย่างได้มอบหมายให้​ ผช.ผญบ.​เป็นคนดำเนิน​การแทน อาจจะมอบหมายทางวาจา​ สำหรับกรณีที่​ อดีต​ ผญบ.ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึง​ ผจว.​ โดย​ ผจว.มีคำสั่งให้​ อำเภอแม่ลาน้อยทำการสอบและมีการเรียก​ในส่วนของ​ จนท.พัสดุ​ และ​ จนท.กองช่าง​ เข้าไปให้ข้อมูลเบื้องต้น​ ตั้งแต่วันที่​ 6​มีนาคม​ 2564​ แล้ว​ และจะมีการเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปสอบอีกประมาณ​ 2-3​ คน​ ในส่วนของตนเองได้อนุมัติเซ็นต์การเบิกจ่ายตามเอกสารที่พัสดุส่งมา​ ซึ่งมีเอกสารครบตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง​ ตนเองไม่ได้ตรวจละเอียดลงลึกตามที่ชาวบ้านร้องเรียนมา”

โดยก่อนหน้านั้น นายกำจร รัตนรักษ์ไพร​ อดีตผู้ใหญ่บ้าน​ บ้านแม่กวางเหนือ​ ม. 7 ต.ท่าผาปุ้ม​ อ.แม่ลาน้อย​ จ.แม่ฮ่องสอน​ ได้ ทำหนังสือขอให้ระงับการจ่ายเงินตามโครงการการก่อสร้างฝายชะลอน้ำ​ฯดังกล่าว ถึงนายอำเภอแม่ลาน้อย​ เมื่อวันที่​ 22​ พฤศจิกายน​ 2562และในวันที่​ 2​ มีนาคม​ 2564​ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เกี่ยวกับการก่อสร้างฝายชะลอน้ำทั้ง 3 จุดเนื่องจากเห็นว่าการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้องเพราะมีประชาชนบางราย มาบอกว่ายังไม่ได้รับเงินและนายกำจร​ อดีตผู้ใหญ่บ้านไม่ทราบว่ามีการรับเงินไปแล้ว​ แต่เมื่อได้ขอคัดสำเนาเอกสารการจ้างและเบิกจ่ายเงินพบว่ามีการจ่ายเงินตามโครงการไปแล้วและพบว่ามีการปลอมลายมือของตนเอง​ตามแบบฟอร์มตารางการจ้างเหมาค่าแรงรายวันทั้ง 3 จุดในการเบิกจ่ายเงินค่าแรงในโครงการดังกล่าว ซึ่งลายมือของนายกำจร​ ที่ลงนามรับรองในแบบฟอร์มนั้นไม่ใช่ลายมือของนายกำจรจริง แต่เป็นลายมือที่มีบุคคลอื่นลงลายมือชื่อนายกำจรปลอมแปลงไว้​ นายกำจรจึงไม่สามารถรับรองแบบฟอร์มตารางการจ้างเหมาค่าแรงดังกล่าวได้​ จึงได้ทำหนังสือ ให้ระงับการจ่ายเงินค่าจ้างตามโครงการไว้ก่อน แต่เรื่องก็เงียบหายไปไม่มีการชี้แจงใดๆกับนายกำจร จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการตรวจสอบในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำ ดังกล่าว

นายสุรินทร์​ ปัญญาจันทร์​ ท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน​ กล่าวว่า​ “สำนักงานส่งเสริมท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับเรื่องมาจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน​ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 และได้กำหนดประเด็นในเรื่องการตรวจสอบครั้งนี้​ ให้นายอำเภอส่งเรื่องรายงานและให้นายอำเภอตรวจสอบตามประเด็นที่มีผู้ร้องได้ร้องมาทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน​ โดยให้ทางอำเภอฯได้เตรียมการตรวจสอบและส่งเรื่องกลับมาให้ทางจังหวัดทราบภายใน 15 วัน
ด้าน​ นายนคร​ พันธุ์สวัสดี​ ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายระเบียบและเรื่องราวร้องทุกข์จังหวัดแม่ฮ่องสอน​ กล่าวว่า​ “เกี่ยวกับการดำเนินการโครงการสร้างฝายชะลอน้ำเป็นเรื่องเกี่ยวกับลักษณะของการดำเนินภารกิจ เราก็ได้ตรวจวิเคราะห์ประเด็นในเรื่องที่ทำการสอบสวนผู้ร้องว่า​ ข้อมูลที่จะต้องนำมาพิจารณาในเรื่องนี้ได้กำหนดไว้ในหลักการ​ ประเด็นที่ 1. เหตุที่มีการร้องเรียนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการไม่ได้รับค่าตอบแทนจากการใช้แรงงานในการก่อสร้างและมีการอ้างว่าบางคนถูกปลอมแปลงลายมือ​ชื่อ​ ทางสำนักงานฯก็ต้องส่งเรื่องให้นายอำเภอตรวจสอบดูว่าในบัญชีรายชื่อที่มีการเบิกจ่ายค่าแรง​ มีการดำเนินงานในลักษณะที่มีการร้องเรียน กี่ราย แล้วข้อเท็จจริงที่จริงแล้วมันคืออะไร​ ในการจ่ายใจจริงแต่ไม่จริง แยกเป็นข้อประเด็นมา 2.เมื่อผู้มีส่วน​ได้ส่วนเสีย​ ในการรับเงินตรวจสอบว่าตัวเองมีชื่อแล้วแต่ไม่ได้เซ็นต์ชื่อ​ ไม่ได้ลงนามเซ็นรับค่าแรง​ กระบวนการจะพิสูจน์ว่าในเรื่องนี้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนจริงๆจากกรณีดังกล่าว และให้ตามผู้ที่เกี่ยวข้องที่เห็นว่าตัวเองถูกละเมิดในการเซ็นต์แล้วไปเบิกเงิน​ มีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรบ้าง ซึ่งทางอำเภอจะต้องแจ้งรายละเอียดขึ้นมาเพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง หากการปลอมแปลงเอกสารถ้าเป็นการแสวงหาประโยชน์ในเรื่องของเกี่ยวกับเงินของทางราชการก็เป็นเรื่องของการทุจริต เกี่ยวกับทางการเงินการเบิกจ่ายเงิน ส่วนในทางแพ่งก็คือการเบิกจ่ายในลักษณะนี้เป็นการเบิกจ่ายในลักษณะทางการทุจริตหรือเบิกจ่ายไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ​ ต้องมีการชดใช้เงินค่าเสียหาย​ ใน​ทางอาญา ผลคดีอาญาถ้าเกิดว่าก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้หนึ่งผู้ใดหรือแก่ทางราชการ​ เรื่องนี้ก็เป็นในเรื่องของกระบวนการของทางอาญาต่อไป หรือการดำเนินการรนี้ถ้ามีข้าราชการมาเกี่ยวข้องก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับวินัย​ ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายหรือหน่วยงานที่ดำเนินการรับผิดชอบ​ ขั้นสูงสุดคือให้ออกจากราชการ”

Continue Reading
Advertisement