ภาพยนตร์-ซีรีส์
Fortunate Son เพลงที่มากับฝูงเฮลิคอปเตอร์ เพื่อต่อต้านสงครามและแบ่งแยกชนชั้น
สำหรับใครที่ชื่นชอบการดูหนังที่มีพื้นหลังอยู่ในช่วงสงคราม, เสพคลิปมีมทหาร หรือวิดีโอเกมในธีมที่เกี่ยวกับ “สงครามเวียดนาม” คงต้องมีบ้างที่เวลาเห็นฝูงเฮลิคอปเตอร์ หรือเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์แหวกอากาศมาแต่ไกล ในหัวก็จะมีเพลง “Fortunate Son” แว่วขึ้นมาโดยอัตโนมัติ จนเป็นเหมือนเพลงประกอบของซีนพวกนี้ไปโดยปริยาย
แต่ถึงเพลงนี้จะปรากฏขึ้นในฉากที่เกี่ยวกับสงครามเวียดนาม แต่เนื้อแท้จริง ๆ แล้วตัวเพลงนี้มันคือ “หมัดตรง” ที่สื่อถึงการต่อต้านสงครามและชนชั้น จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์และเพลงปลุกใจเพื่อการเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามในช่วงเวลานั้น แต่การที่เพลงนี้กลายมาเป็นเพลงที่มักลอยขึ้นมาในหัว เวลาเห็นฝูงเฮลิคอปเตอร์บินมาจากขอบฟ้า มันเพราะอะไรกันนะ?
ขอโทษที ที่ฉันไม่ได้เกิดมาเป็น “Fortunate Son” !
Fortunate Son เป็นผลงานเพลงแนว Rock & Roll ของวง Creedence Clearwater Revival ถูกปล่อยออกมาในรูปแบบซิงเกิลเมื่อเดือนกันยายน ปี 1969 คู่กับเพลง Down on the Corner ก่อนที่จะบรรจุในอัลบั้ม Willy and the Poor Boys ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เป็นจุดพีคของ “สงครามเวียดนาม” ของกองทัพสหรัฐฯ ในเวลานั้น
เนื้อหาของเพลง หลัก ๆ จะพูดถึงสงครามที่สหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง และการแบ่งชนชั้นของชาวอเมริกันในช่วงเวลานั้น แต่ภาพรวมของเพลง จะเน้นไปเรื่องของการตัดพ้อถึงความไม่ยุติธรรมของชนชั้นมากกว่า โดย John Fogerty นักร้องนำแหละผู้ที่แต่งเพลงนี้ ได้เคยพูดถึงเพลงนี้ไว้ว่า “มันคือวาทกรรมเก่า ๆ ที่คนรวยก่อสงคราม และให้คนจนไปสู้แทนพวกเขา”

ซึ่งในปี 2015 John ได้เปิดเผยเบื้องหลังเกี่ยวกับเพลงนี้ในรายการ The Voice โดยตอนนั้นในปี 1967 เขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร โดยที่พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปสู้เพื่ออะไร ตอนนั้นเขายังไม่ได้ถูกส่งไปเวียดนาม แต่ถูกส่งไปเป็นเสมียนคลังที่ “ฟอร์ทน็อกซ์” ซึ่งมันก็ทำให้เขาอยู่ใกล้กับความขัดแย้งนี้มากพอ
ณ ตอนนั้น… นักการเมืองในสภาได้ออกมาหนุนการทำสงครามอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็พยายามใช้อำนาจเพื่อไม่ให้ลูกชายของพวกเขาต้องออกไปรบ
นั่นเลยเปิดความไม่พอใจขึ้น เพราะลูกคนมีอำนาจเหล่านี้ไม่ต้องไปเสี่ยงตายเหมือนลูกตาสีตาสาอย่างพวกเขา เพียงเพราะ “คาบช้อนเงินช้อนทอง” มาตั้งแต่เกิด ในหัวของ John มีคำ ๆ หนึ่งแล่นวนไปมาอยู่ในหัว
“ไม่ใช่กูนี่! ไม่ใช่กูนี่! ก็กูไม่ใช่ลูกวุฒิสมาชิกนี่หว่า!”
นั่นเลยกลายมาเป็นต้นกำเนิดของเพลง ซึ่งใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการเแต่งมันขึ้น
“Fortunate Son” จึงกลายเป็นเหมือนคำแถลงที่ทรงพลัง เพื่อการต่อต้าน “สงครามเวียดนาม” ด้วยความที่ตัวเพลง ได้แสดงถึงความรู้สึกของคนอเมริกันส่วนใหญ่ ที่ถูกลากเข้าไปเอี่ยวในความขัดแย้งอย่างไม่เต็มใจโดยที่ไม่ทางเลือกใด ๆ ให้พวกเขาเลย นั่นก็หนักแน่นพอที่จะทำให้เพลงนี้ ถูกนำไปใช้ในการประท้วงกองทัพอย่างกว้างขวาง
และในปัจจุบัน เพลงนี้ยังคงถูกใช้ในแคมเปญหรือเหตุการณ์ทางสังคมและการเมืองอื่น ๆ อย่างการใช้เป็นเพลงหาเสียงของ Donald Trump แต่ก็ถูกเจ้าของเพลงอย่าง John Fogerty ออกมาเรียกร้องให้หยุดใช้เพราะทำให้เกิดความสับสนในความหมาย รวมถึงเพื่อการโฆษณาสินค้า เช่นกางเกงยีนยี่ห้อ “Wrangler” ที่นำเพลงนี้ไปใช้ประกอบโฆษณา
เพลงที่มีฝูงเฮลิคอปเตอร์

ถ้าให้ถามว่าทำไมคนมักจะนึกถึงเพลงดังเพลงนี้ เวลาเห็นฝูงเฮลิคอปเตอร์ Bell UH-1 บินเหนือฝืนป่าดงดิบของเวียดนาม (ในขณะที่บางคนนึกถึงเพลง Ride of The Valkyries ของ Richard Wagner มากกว่า) ถ้าให้เดาก่อน ก็คงมีหลายคนทายว่ามันต้องมาจากหนังที่มีฉากหลังเป็นสงครามเวียดนามสักเรื่อง
ซึ่งมันก็ถูก แต่ครึ่งเดียว… เพราะครั้งแรกที่ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่มาพร้อมกับฉากการเหินเวหาเหนือแนวรบในสงครามเวียดนาม มันมาจากหนังแนวตลกดราม่าอย่าง Forrest Gump ของปี 1994 ในฉากที่ Forrest และ Bubba เพื่อนรักของเขา ถูกส่งลงไปแนวรบที่เวียดนามใต้ทางเฮลิคอปเตอร์
ด้วยความที่ Forest เองก็เกิดและเติบโตมาในครอบครัวคนธรรมดา จึงทำให้เขาต้องถูกเกณฑ์มาร่วมรบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เลยทำให้เพลง “Fortunate Son” และฉากที่ Forest ถูกส่งไปรบในเวียดนามนั้น สื่อความหมายออกมาได้ทรงพลัง และเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ กลายเป็นอีกฉากระดับคลาสสิกในความทรงจำของคอหนังไปเลย
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพลงนี้ก็ถูกนำไปประกอบฉากในหนังที่มีซีนเกี่ยวกับสงครามและการทหารหลายเรื่อง แม้จะบางเรื่องจะไม่เกี่ยวกับสงครามเวียดนามก็ตาม อย่าง The Manchurian Candidate (2004), Battleship (2012), War Dogs (2016) หรือแม้แต่หนังที่มีแค่ฉากเคลื่อนพลด้วยเฮลิคอปเตอร์เฉย ๆ อย่าง Suicide Squad (2016) ก็ยังเอาเพลงนี้ไปประกอบด้วย
ในเมื่อฉากสงครามเวียดนามที่มีเพลง Fortunate Son บรรเลงประกอบ กลายเป็นซีนในดวงใจของคอหนังและชาวอเมริกัน มันก็ต้องมีคนจับมาล้อกันอย่างแน่นอน และมันจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก “Family Guy” การ์ตูนตลกเสียดสีสังคมยอดฮิต ที่ล้อทุกเรื่องเท่าที่จะล้อได้ โดยในซีซัน 16 ตอน 16 ‘Family Guy’ Through the Years ที่ Glenn Quagmire พ่อนักเยประจำเรื่อง ได้เล่าความหลังสุดสะเทือนใจเมื่อสมัยไปร่วมรบที่เวียดนาม เพราะเขามักจะได้ยินเพลง Fortunate Son แม่งทุกโมเมนต์! ไม่ว่าจะอยู่บนเฮลิคอปเตอร์, บนเรือลาดตระเวน หรือแม้แต่ตอนไปเที่ยวคุณตัว “หรรม” ของ Glen ก็ยังเล่นเพลงนี้… โอเค ถ้ามันมาขนาดนี้ เป็นตู ตูก็หลอนเหมือนกัน!

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือ “วิดีโอเกม” ทั้งหลาย ที่หากินกับเรื่องราวของสงครามเป็นหลัก อย่างในเกม Battlefield Vietnam จากปี 2004 ที่ Fortunate Son นอกจากจะถูกใช้เป็นเพลงประกอบในช่วงแนะนำเกมแล้ว ยังเป็นเพลงที่สามารถเปิดมาเล่นได้ในเกมด้วย และไม่ได้ใช้แค่ภาคเดียว Battlefield: Bad Company 2: Vietnam ที่เปิดตัวบนเวทีงาน E3 ก็ยังใช้เพลงนี้เป็นเพลงประกอบในวิดีโอตัวอย่าง แถมเรายังสามารถเปิดเพลงนี้ตอนขับรถในเกมได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีเกมคู่แข่งอย่าง Call of Duty: Black Ops ที่มีฉากหลังส่วนหนึ่ง อยู่ในช่วงสงครามเวียดนาม หรือแม้แต่เกมที่มีฉากหลังเป็นอนาคตทางเลือกอย่าง Homefront ฉาก Golden Gate ก็ยังหยิบเพลงนี้มาใช้บิ้วบรรยากาศเหมือนกัน
หรือเกมที่ไม่ได้มีฉากหลังเป็นยุคสงครามเวียดนามอย่าง BioShock Infinite ที่เนื้อเรื่องจะตั้งอยู่ในปี 1912 ก็ยังเอาเพลงนี้ไปใช้ แต่เป็นเวอร์ชันร้องปากเปล่า (Cappella) ซึ่งขับร้องโดย “Jessy Carolina” แม้จะมีหลาย ๆ สื่อที่นำเพลงไปใช้เพราะอยากให้มันดูเท่ หรือนึกสนุกล้อเลียนอะไรก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่าใน Bioshock Infinite นั้น นำเพลงนี้มาใช้ได้ในจังหวะที่เหมาะเหม็ง โดยเฉพาะการเล่าถึงความอยุติธรรมที่เกิดจากการแบ่งแยกชนชั้นบนนครลอยฟ้า Columbia
ไม่ว่าจะใช้เพื่อสื่อความหมายลึก ๆ หรือหยิบมาล้อเป็นมีม แต่ต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่า Fortunate Son เป็นเพลงที่นอกจากจะฮิตติดหูข้ามยุคสมัยแล้ว เนื้อหาของมันนั้นไม่เคยเก่าเลยแม้แต่ท่อนเดียว โดยเฉพาะการแบ่งแยกชนชั้น… เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “สงคราม” เป็นสิ่งที่คนมีอำนาจสร้างขึ้น แต่กลับไม่กล้าที่จะส่งตัวเองหรือลูกหลานไปสะสางความขัดแย้งนั้น ๆ ในขณะที่คนธรรมดาลูกตาสีตาสา กลับถูกบังคับให้ไปสู้ด้วยวาทกรรม “รับใช้ชาติ” โดยไม่ถามความเห็นประชาชนสักคำว่าอยากจะไปเอี่ยวกับดราม่าของพวกเขาหรือไม่
ติดตามบทความและ Content ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Pop Culture ได้ที่ https://www.facebook.com/GrizzlyTrivialSpace
