ข่าวบันเทิง
Nothing คว้า MILLI นั่งแท่น Brand Ambassador คนแรกในไทย พร้อมเปิดตัวหูฟังรุ่นพิเศษและสมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แบรนด์เทคโนโลยีจากลอนดอน Nothing (น็อตทิง) ประกาศแต่งตั้ง มิลลิ (MILLI) หรือ ดนุภา คณาธีรกุล ศิลปินแรปเปอร์ชื่อดัง เป็น Brand Ambassador อย่างเป็นทางการคนแรกของประเทศไทย พร้อมจัดงานฉลองเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ สยามเซ็นเตอร์ โดยภายในงานมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสมาร์ทโฟน Nothing Phone (4a) และหูฟัง Nothing Ear (a) สีเหลืองรุ่นพิเศษ เพื่อรุกตลาดกลุ่มผู้ใช้งานรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบงานดีไซน์และเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์
การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับกิจกรรมพิเศษ “MILLI meets Nothing: The Celebration Begins” เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ลานน้ำพุ ฝั่งสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งทางแบรนด์ได้สร้างความฮือฮาด้วยการนำร้านข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดัง “เจ๊เตียง” มาเปิดให้บริการภายในงานเพื่อสื่อถึงเอกลักษณ์ของ มิลลิ (MILLI) พร้อมทั้งมีการขึ้นภาพศิลปินสาวบนเว็บไซต์หลักของ Nothing ทั่วโลก และป้ายโฆษณาบิลบอร์ดขนาดใหญ่บริเวณ Parc Paragon เพื่อยืนยันถึงความร่วมมือในฐานะตัวแทนแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวหูฟัง Nothing Ear (a) Yellow Edition ซึ่งเป็นสีพิเศษที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยพร้อมกับการเปิดตัวแอมบาสเดอร์ โดย มิลลิ (MILLI) ได้ร่วมพูดคุยถึงความรู้สึกในการร่วมงานครั้งนี้ว่าเป็นการทำงานที่ตรงกับตัวตนของเธอที่มีความแตกต่างและเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดขบวนหาบข้าวเหนียวมะม่วงเพื่อสร้างสีสันและแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมงานในฐานะของชำร่วยจากการฉลองความร่วมมือในครั้งนี้

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ Nothing Phone (4a) Series ได้เปิดวางจำหน่ายรวม 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นมาตรฐานความจุ 8+256GB ราคา 14,999 บาท และรุ่น 12+256GB ราคา 16,999 บาท มีให้เลือก 4 สี คือ ขาว ดำ ชมพู และน้ำเงิน ส่วนรุ่น Nothing Phone (4a) Pro ความจุ 12+256GB วางจำหน่ายในราคา 18,999 บาท มีให้เลือก 3 สี คือ ขาว ดำ และชมพู โดยมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ซื้อตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 รับส่วนลดและของแถมตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด สำหรับหูฟัง Nothing Ear (a) วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท ซึ่งรวมถึงสีเหลืองรุ่นพิเศษด้วย
ด้านกลยุทธ์การบริหารจัดการในประเทศไทย Nothing วางแผนที่จะขยายช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 5 เท่าภายในปี 2026 นี้ โดยครอบคลุมพันธมิตรทั้งร้านค้าปลีกไอทีและค่ายมือถือ อาทิ AIS, True, Banana, Dotlife และ Power Buy รวมถึงช่องทางอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada, Shopee และ TikTok Shop พร้อมยกระดับบริการหลังการขายด้วยการเปิดตัว Call Center บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และศูนย์บริการมาตรฐานอีก 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น
