ข่าวบันเทิง
ซาบรีนา คาร์เพนเทอร์ ส่งเพลงใหม่ “Manchild” สานต่อความสำเร็จอัลบั้ม Short n’ Sweet
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ซาบรีนา คาร์เพนเทอร์ (Sabrina Carpenter) ศิลปินระดับโลก เจ้าของสองรางวัลแกรมมี กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ “Manchild” ซึ่งเป็นการสานต่อความสำเร็จของอัลบั้ม “Short n’ Sweet” ที่เคยทำยอดขายและสตรีมมิงติดอันดับต้น ๆ ทั่วโลก เพลงใหม่นี้มาในสไตล์ซินธ์ป็อปผสมกลิ่นอายคันทรีและดิสโก้ และยังคงร่วมงานกับทีมงานชุดเดิมที่เคยสร้างความสำเร็จในอัลบั้มก่อนหน้า
“Manchild” เป็นเพลงที่ถูกปล่อยออกมาหลังจากอัลบั้ม “Short n’ Sweet” ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 และประสบความสำเร็จอย่างมาก อัลบั้มนี้ขึ้นถึงอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 นาน 3 สัปดาห์ติดต่อกัน ขณะที่ซิงเกิลเปิดตัว “Taste” สามารถครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงของ Spotify ในสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ และเป็นเพลงที่ 3 จากอัลบั้มนี้ที่ขึ้นถึงอันดับ 1 นอกจากนี้ “Short n’ Sweet” ยังเป็นอัลบั้มแรกที่มีเพลงติดชาร์ต Billboard Pop Airplay อันดับ 1 มากถึง 4 เพลง ซึ่งไม่เคยมีอัลบั้มใดทำได้นับตั้งแต่อัลบั้มของเทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift)
เพลงฮิตจากอัลบั้มนี้ อาทิ “Espresso” มียอดสตรีม 22,000 ล้านครั้ง, “Please Please Please” 14,000 ล้านครั้ง และ “Taste” 1 พันล้านครั้ง ทำให้ซาบรีนา คาร์เพนเทอร์ (Sabrina Carpenter) ได้เข้าร่วม Spotify Billions Club ทั้งสามเพลงนี้ยังส่งผลให้เธอเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่ครองตำแหน่ง Top 3 บนชาร์ต UK Singles ได้พร้อมกัน โดยเธอเป็นศิลปินหญิงคนเดียวในรอบปีที่ครองอันดับ 1 บนชาร์ตนี้นานที่สุดถึง 21 สัปดาห์ และได้รับรางวัล Global Success จากเวที Brit Awards 2025
อัลบั้ม “Short n’ Sweet” ยังทำให้ ซาบรีนา คาร์เพนเทอร์ (Sabrina Carpenter) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี (Grammy Awards) เป็นครั้งแรกถึง 6 สาขา และคว้ารางวัลกลับบ้านไป 2 สาขา ได้แก่ Best Pop Vocal Album และ Best Pop Solo Performance จากเพลง “Espresso”
ในปี 2025 นี้ ซาบรีนา คาร์เพนเทอร์ (Sabrina Carpenter) มีกำหนดทัวร์คอนเสิร์ต “Short n’ Sweet Tour” ในหลายประเทศ โดยจะเริ่มในทวีปอเมริกาเหนือวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่พิตต์สเบิร์ก (Pittsburgh) ไปจนถึงนิวยอร์ก (New York), แนชวิลล์ (Nashville), โตรอนโต (Toronto) และลอสแอนเจลิส (Los Angeles) โดยเฉพาะในนิวยอร์ก (New York) เธอจะแสดงที่ Madison Square Garden ถึง 5 โชว์ และที่ Crypto.com Arena ในลอสแอนเจลิส (Los Angeles) อีก 6 โชว์ รวมถึงทัวร์คอนเสิร์ตในทวีปยุโรปที่ได้รับการตอบรับดีจนต้องเพิ่มวันแสดงใน 4 เมือง
