ข่าวบันเทิง
“สายป่าน-อภิญญา” ฟังไต่สวนนัดแรกหลังฟ้องหมิ่นคู่กรณี ทำธุรกิจดำน้ำเสียชื่อ
วันนี้ (8 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นางสาว อภิญญา สกุลเจริญสุข หรือ “สายป่าน” ดาราสาว พร้อมทนาย ได้เดินทางศาลเพื่อเข้าฟัวการไต่สวนคดี หลังยื่นฟ้องครูสอนดำน้ำ โพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นประมาท ทำธุรกิจอุปกรณ์ดำน้ำเสียชื่อ เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท
โดยสายป่าน ยอมรับว่า หลังเหตุการณ์ที่เกิด ทางคู่กรณีไม่เคยเข้ามาขอโทษ ไม่เคยติดต่อมาพูดคุยหรือไกล่เกลี่ย ซึ่งถึงเเม้ว่าขณะนี้ชื่อเสียงของตนจะบ้าง เเต่เป็นเพียงด้านอื่น เช่นด้านการแสดงละคร ตอนนี้ออนแออยู่ จึงทำให้คนยังไม่ลืมตน แต่ในเรื่องของความเสียหายทางธุรกิจก็ยังถือว่าได้รับผลกระทบอยู่ ผลประกอบการยังไม่ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม รับว่าก่อนหน้านี้ตนก็เคยรอว่าคู่กรณีจะติดต่อกลับมาบ้างหรือไม่ แต่เมื่อเวลามันผ่านมาขนาดนี้ตนก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเขาน่าจะเลือกเเล้ว ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าเขาประวิงเวลา ถ้าถามในเรื่องของธุรกิจตนก็ยังไม่รู้สึกกลับมามั่นใจอะไรทั้งนั้น ถามว่ามั่นใจไหมด้านคดี ตนขอแค่เจอเขาก่อนเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่ยังไม่ได้เจอเขาเลยจนถึงวันนี้ ส่วนเรื่องผลต่างๆก็คงจะต้องขอให้เป็นเรื่องของศาลที่จะพิจารณา
สำหรับคำขอโทษ ส่วนตัวมองว่าหากขอโทษตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้วเพราะหากจะขอโทษก็ควรขอโทษตั้งแต่ในช่วงแรกแล้วและคิดว่าตัวเขาเองคงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเลือกวิธีไหน ถ้าเรื่องจบได้เงินมาจะทำยังไงต่อ นั้น ตนไม่ได้วางแผนเลยและคิดว่าคงจะต้องไปทำบุญสายป่านรับว่า ความจริงแล้วตนไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นด้วยซ้ำและก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็คงต้องดำเนินการ
ทั้งนี้หากเจอกับคู่กรณี ตนก็คงไม่มีอะไรจะพูด เพราะส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่เธอเคยรู้จักหรือสนิทมาก่อนอยู่แล้ว ดังนั้นเจอกันก็คงเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่เจอกันเท่านั้น คงไม่ได้คุยอยู่แล้ว ก็คงจะดำเนินการไปตามคดี
ด้านทนาย ระบุว่า วันนี้มาไต่สวนมูลฟ้อง ก่อนหน้านี้มีการนัดไกล่เกลี่ย หลายครั้ง ทางตนเคยเปิดโอกาสให้เข้ามาคุย เเต่ทางคู่กรณีไม่มา บอกขออนุญาตติดต่อทางอินเตอร์เน็ตอิเล็กทรอนิกส์ ทางโทรศัพท์ ส่วนเจ้าหน้าที่ศาลก็ติดต่อไม่ได้
การนัดมาเจอครั้งนี้เป็นการไต่สวนนัดเเรก ก่อนหน้านี้ต้องเลื่อนเพราะคู่กรณีไม่มา เเละเพราะเหตุโควิด ทำให้ไม่เคยได้คุยหรือไกล่เกลี่ยกันเลย เพราะเขาก็ไม่ได้มาแสดงตัวเพื่อแสดงความจริงใจหรือเพื่อต้องการไกล่เกลี่ย คู่กรณี ไม่เคยมีการติดต่อใดๆมาเลย ซึ่งเมื่อคู่กรณีไม่ติดต่อมาไม่ยอมมาพบเจอไกลเกลี่ยประกอบกับเจ้าหน้าที่ศาลติดต่อไปก็ติดต่อไม่ได้ ก็เลยส่งเรื่องกลับขึ้นสู่บัลลังก์เพื่อที่จะไต่สวนมูลฟ้อง
ทั้งนี้ตนมองว่าการนัดมาพูดคุยหรือไกล่เกลี่ย หรือ ได้พบเจอกันนั้นมันเป็นเรื่องของการแสดงความจริงใจว่าเขาพร้อมจะรับผิดชอบหรือเปล่า ซึ่งจากที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเห็นในส่วนนี้ ยืนยันมีพยานหลักฐานชัดเจนเรื่องความเสียหายของสายป่านวันนี้จะมาไต่สวนมูลฟ้องก่อนหากไต่สวนแล้วศาลประทับรับฟ้องก็คงจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป
