บทความ
แพทย์กระดูกและข้อชี้ “ข้อเข่าเสื่อม” พบบ่อยในคนวัยทำงาน แนะสัญญาณเตือนและ 4 ระดับการรักษา พร้อมเปิดข้อดี “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” (Robotic Surgery)
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานการณ์ผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกและข้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโรค ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ยังพบมากในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน การใช้งานข้อเข่าหนัก หรือการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง การวินิจฉัยและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ
รศ.พล.อ.ท.นพ. จำรูญเกียรติ ลีลเศรษฐพร แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ อธิบายว่า ปัจจัยเร่ง ที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นในปัจจุบันมาจากหลายสาเหตุ เช่น กิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง (Impact Activity) ในกลุ่มนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายแบบวิ่งหรือกระโดดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน, อุบัติเหตุ ที่กระทบข้อโดยตรงจนเกิดการแตกหักที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม หรือแม้แต่พฤติกรรมการใช้งานเข่าซ้ำ ๆ ในท่าเดิม เช่น การนั่งยอง พับเพียบ หรือนั่งพื้นนาน ๆ ซึ่งมักพบในผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป ที่อาจนำไปสู่การอักเสบของลูกสะบ้าได้
อาการปวดเข่าไม่ได้หมายความว่าเป็น ข้อเข่าเสื่อม เสมอไป อาการปวดบางท่า เช่น เจ็บเข่าเวลาลุกจากเก้าอี้ หรือเดินขึ้นบันได อาจเป็นเพียงการอักเสบของเส้นเอ็นหรือผิวข้อ แต่หากเป็น ข้อเสื่อมจริง ๆ จะมีลักษณะเฉพาะ คือ ผิวข้อเริ่มไม่เรียบ มีเสียง “กึ๊ก ๆ” เหมือนกระดาษทรายเวลาขยับ, น้ำหล่อเลี้ยงข้อมีคุณภาพลดลง, เกิดการเสียดสีเรื้อรังจนมีอาการอักเสบและบวม และในรายที่เป็นมาก กระดูกจะ ทรุด ขาโก่ง ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะ กระดูกพรุน หรือขาดแคลเซียมและวิตามินดีร่วมด้วย จะยิ่งเร่งให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นหลายเท่า สัญญาณที่ควรพบแพทย์ทันทีคืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 เดือน หรือมีอาการปวดบวมชัดเจน เดินลำบาก และขาโก่ง
รศ.นพ.จำรูญเกียรติ ระบุว่า ความเสื่อมของผิวข้อกระดูกอ่อนแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษา ในระดับ 1-2 ซึ่งเป็นระยะแรก ข้อมีการสึกแต่ยังไม่รุนแรง สามารถรักษาแบบ ไม่ต้องผ่าตัด เพื่อถนอมข้อได้ เช่น กายภาพบำบัด ปรับพฤติกรรม ออกกำลังกายที่เหมาะสม (เช่น ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน) การรักษาภาวะกระดูกพรุน การทานยาบำรุงข้อ หรือการฉีด Hyaluronic Acid (น้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียม) เพื่อลดการเสียดสี และการฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ส่วนกรณีหมอนรองกระดูกข้อเข่าฉีกขาด สามารถใช้การ ส่องกล้อง ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว โดยไม่ต้องเปลี่ยนข้อ
สำหรับความเสื่อมในระดับ 3-4 ที่ผิวข้อสึกมากจนบางจุดไม่เหลือให้ใช้งาน การ เปลี่ยนข้อ อาจมีความจำเป็น ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนแค่บางส่วน (Partial Knee Replacement) ในกรณีที่เสียหายเพียงด้านในข้อ ซึ่งมีข้อดีคือแผลเล็กและฟื้นตัวเร็ว หรือการ เปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด (Total Knee Replacement) ในกรณีที่ข้อเสื่อมหลายด้านหรือมี ขาโก่ง มาก การผ่าตัดในปัจจุบันมีแผลที่เล็กลงมาก และมีการใช้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) เข้ามาเพิ่มความแม่นยำให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ร่างกายแข็งแรง แม้จะอายุถึง 90 ปี ก็ยังสามารถทำการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย
