Connect with us

บทความ

“ตำรวจด้อม” ผู้พิทักษ์วงการ ที่ไม่มีใครเรียกร้องให้มา

Published

on

ถ้าให้พูดถึงวงการคอสเพลย์ (Cosplay) ที่ได้ชื่อว่าวางอยู่ในโซนสีเทา ๆ กับเรื่องลิขสิทธิ์ ในขณะที่หลาย ๆ แฟนด้อม (Fandom) ทางเจ้าของจะปิดตาไว้ข้างหนึ่ง เพราะถือว่าเป็นการสนับสนุนทางหนึ่ง บางแฟรนไชส์ก็ออกมาห้ามอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะการรับจ้างทำชุด หรือหารายได้จากสิ่งที่เกี่ยวกับตัวละครนั้น ๆ อยู่แล้ว เช่นซีรีส์ของฝั่งจีนเช่นปรมาจารย์ลัทธิมาร, สวรรค์ประทานพร และ ตัวร้ายอย่างข้าจะหนีเอาตัวรอดยังไงดี… แต่อีก Fandom ที่ถูกพูดถึงในช่วงนี้อย่าง Disney และด้อมฯ มังฮวาบางเรื่อง ที่เพิ่งมีประเด็นไปหมาด ๆ จนมีชาวโซเชียลหลายรายออกมาพูดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นความผิดของ “ตำรวจด้อม” ที่ทำให้ไม่สามารถแต่งเป็นตัวละครจาก Fandom ที่ชื่นชอบอย่างอิสระได้

และคีย์เวิร์ดสำคัญในเรื่องราวพวกนี้ นั่นก็คือ “ตำรวจด้อม” ซึ่งถึงแม้จะไม่ต้องแปล ก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร…. แต่ด้วยกมลสันดานของ The Trivial Space แล้ว เราชอบขยายเรื่องเล็ก ๆ ให้ละเอียดขึ้น เพื่อความกระจ่างในการเสพดราม่า… เอ๊ย! ติดตามความเป็นไปของวงการ ในครั้งนี้เราจะมาขยายความเรื่องราวของ “ตำรวจด้อม” กัน


ที่มาภาพ : Rosemary Ketchum

“ตำรวจด้อม” (Fandom Police / FanPol / Fan Posse) เป็นคำสแลงที่ใช้เหน็บแนมคู่กรณีเวลามีดราม่าเกี่ยวกับเรื่องในแฟนด้อม และบางครั้งก็หมายถึงบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่ทำตัวเป็นผู้บังคับใช้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ หรือเป็นผู้ปกป้องพิทักษ์แฟนด้อมนั้น ๆ ซึ่งถ้าให้ว่ากันแบบง่าย ๆ

มันใช้เรียกคู่กรณีว่าเสนอหน้าออกมาบังคับใช้ข้อห้ามต่าง ๆ ตามบรรทัดฐานของตัวเอง โดยไม่ได้มีใครเรียกร้องหรือให้สิทธิ์ในการควบคุม

คำว่า Fandom Police นั้นถูกใช้กันมานานแล้ว สามารถสืบย้อนกลับไปได้ช่วงกลางทศวรรษ 2010 บนเว็บไซต์ Tumblr หลัก ๆ จะเกี่ยวกับเรื่องของเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ในสายตาของคนบางกลุ่ม เช่น การขืนใจ, ความสัมพันธ์เดินเลยในครอบครัว ไปจนถึงการมีความสัมพันธ์กับผู้เยาว์ ซึ่งสำหรับด้อมทางฝั่งตะวันตกมันก็ไม่ใช่หัวข้อเนื้อหาที่จะได้ถูกยอมรับอยู่แล้ว และคำว่า Fanpol กลายเป็นคำที่ใช้กันบ่อยที่สุดในปี 2019 ถึง 2020

Advertisement

ซึ่งหัวข้อหลัก ๆ ที่มักจะมีคำว่า “ตำรวจด้อม” โผล่ขั้นมาบ่อย ๆ ก็มักจะเป็นเรื่องของการ “ชิป” (Ship) ที่หมายถึงการจินตนาการ หรือเชียร์ให้ตัวละครสองตัวมีความสัมพันธ์แบบโรแมนติกกัน ที่เมื่อใครชิปไม่ถูกใจหรือถูกจริต หรือ “ชิปเหี้ย” (ไม่ได้ตั้งใจหยาบนะเออ) ก็จะมีการเข้าไปปรามและห้ามการชิปนั้น ๆ ฝั่งที่ไม่พอใจเพราะรู้สึกเหมือนถูกลิดรอนสิทธิ์ในจินตนาการและรสนิยมของตัวเอง ก็จะเรียกคนที่ผ่าเข้ามากลางวงว่า “ตำรวจด้อม”


จากตัวอย่างกรณีที่ว่ามา อาจจะมองว่าเรื่องหยุมหยิมไร้สาระของคนสองคนที่รสนิยมไม่ตรงกันในแฟนด้อมเฉย ๆ แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างมีพัฒนาการและปรับเปลี่ยนบริบทไปได้เสมอ โดยคำว่า “ตำรวจด้อม” ปัจจุบันยังนิยามถึงกรณีที่มีคนที่ออกมาทำตัวแบบฮีโร่ ออกหน้ามาทำบางสิ่งบางอย่างโดยไม่มีใครต้องการ และคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำคือความถูกต้อง โดยไม่คิดว่ามันจะกระทบต่อคนใครในแฟนด้อม

ที่มาภาพ : Disney Parks

อย่างกรณีในแฟนด้อมของ “Disney” ในไทย ที่มีคนโทรไปหาตัวแทน “เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย)” เรื่องการคอสเพลย์ตัวละคร Disney มาใช้ในเชิงพาณิชย์ จนส่งผลกระทบกับคนในวงการ ตั้งแต่นักคอสเพลย์, คนทำชุด-พรอพ, ร้านเช่าชุด ไปจนถึงผู้จัดประกวดคอสเพลย์ ที่ต้องห้ามใช้ชุดจากด้อมนี้ เพื่อป้องกันถูกฟ้องร้องจากค่าย แม้จะยังไม่ได้รับรายละเอียดจากบริษัท “The Walt Disney” ที่เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์โดยตรงก็ตาม… และเมื่อว่ากันตามสภาพ จริง ๆ มันก็คอสออกงานได้ แต่อาจจะต้องระวังในบางกิจกรรม ซึ่งในระหว่างที่บางประเด็นยังไม่ชัดเจน คนในวงการคอสเพลย์ส่วนใหญ่ จึงเลือกที่จะอยู่โซนปลอดภัยไปก่อน

ซึ่งถ้าตีความให้เหมาถึงแฟรนไชส์ที่ถือลิขสิทธิ์ในเครือด้วย และทางเจ้าของห้ามกันแบบเป็นทางการ เท่ากับว่าแฟรนไชส์ฝั่งตะวันตกที่สามารถคอสเพลย์หายไปเยอะถึงเยอะมาก! เพราะ Disney ยังถือลิขสิทธิ์แฟรนไชส์อื่น ๆ ด้วย เช่น Marvel, Star Wars, บางผลงานจาก Pixar รวมถึงสื่อบันเทิงเบอร์ใหญ่อย่าง ESPN, ABC, Fox, FX และ 20th Century Fox

Advertisement

และเคสล่าสุดที่มีคนหลังไมค์ไปหาผู้ถือลิขสิทธิ์เผยแพร่มังฮวา (การ์ตูนเว็บเกาหลี) เรื่องการแต่งชุดคอสเพลย์ แล้วเอามาแชร์ต่อว่าทางเจ้าของลิขสิทธิ์ห้าม… ซึ่งถ้ารู้สึกเดจาวูขึ้นมาก็ไม่แปลก เพราะมันก็มี Flow เดียวกันไม่มีผิด

โพสต์ที่บุคคลในประเด็นออกมาอธิบาย

แต่ขออัปเดตสักเล็กน้อย… ล่าสุด ทางเจ้าของโพสต์ที่ไปถามเพจผู้ถือลิขสิทธิ์ ได้ออกมาอธิบายว่า ที่ข้อความไปถามนั้น เพราะอยากปล่อยเช่าหรือขายชุดจากด้อมมังฮวาที่มี แต่กังวลเรื่องลิขสิทธิ์ และนำคำตอบที่ได้มาเผยแพร่เผื่อยังไม่คนไม่รู้ ซึ่งไม่ได้มีเจตนาโจมตีร้านที่นำชุดมาปล่อยเช่า… ในจุดนี้อยากแนะนำให้มุงดราม่ากันแบบผ่าน ๆ จะดีที่สุด แต่เคสนี้ถือว่าจบสวย ถ้าเทียบกับเคส Disney ที่เคยเกิดไปก่อนหน้านี้

มาถึงจุดนี้ต้องขอไฮไลท์หนา ๆ ไว้ก่อนว่า การ “คอสเพลย์” ในมุมกฎหมายลิขสิทธิ์นั้นมันมีปัญหาแน่ ๆ อยู่แล้ว แต่ผู้ถือลิขสิทธิ์มองว่ามันหยวน ๆ กันได้ เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถเพิ่มฐานแฟน ๆ ให้กับผลงาน และการทำตัวเป็นศัตรูกับแฟน ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาด บริษัทเหล่านี้เลยปิดข้างเดียวไว้ ทำให้การคอสเพลย์และธุรกิจในวงการนี้ยังอยู่ในโซนเทา ๆ จนกว่าจะมีใครทำอะไรเลยเถิดจริง ๆ


เมื่อพูดถึงความชื่นชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว คงไม่มีใครพอใจกับการถูกจำกัดอิสรภาพ โดยเฉพาะอิสรภาพทางความคิด หรือต้องมารับหางเลขจากพฤติกรรม “อยู่ดีไม่ว่าดี” ของคนบางคน เพราะเมื่อว่ากันตามพื้นฐานแล้ว มันไม่ผิดที่คนเรามีความชอบและแนวคิดแตกต่างกัน แต่มันจะไม่ใช่เรื่องที่เข้าท่า เมื่อมีคนพยายามเอาบรรทัดฐานหรือมุมมองของตัวเองมากำหนดทิศทางของชุมชน หรือสำคัญตนผิดแล้วทำบางเรื่องให้เป็นเรื่องใหญ่จนส่งผลกระทบต่อคนหมู่มาก

Advertisement

ดังนั้น… เรื่องบางเรื่องคิดซะว่าต่างคนต่างความคิด นั่งอยู่เฉย ๆ แบบตัวใครตัวมัน นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดูสร้างสรรค์กว่า


ติดตามบทความและ Content ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Pop Culture ได้ที่ https://www.facebook.com/GrizzlyTrivialSpace