Connect with us

บทความ

“เมโส” หน้าใสเหมาะกับใคร พร้อมเผย 7 เคล็ดลับที่จะทำให้เห็นผลได้ไวมากยิ่งขึ้น

Published

on

เมโสหน้าใสเป็นวิธีช่วยบำรุงผิวหน้าให้เกิดความกระจ่างใสอย่างเร่งด่วนที่ใครหลายๆ คนนิยม แต่ในบางคนการฉีดเมโสหน้าใสก็ไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควร หากไม่อยากเจอปัญหานี้อ่านบทความนี้ด่วน บอกหมดเคล็ดลับที่จะช่วยให้การฉีดเมโสหน้าใสเกิดผลลัพธ์ไวและน่าพึงพอใจ

เมโสหน้าใส คืออะไร?

เมโสหน้าใส หรือ Mesotherapy เป็นการทำทรีตเมนต์บำรุงผิวด้วยวิธีการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิวหน้าโดยตรง ซึ่งส่วนผสมของสารบำรุงในตัวยาเมโสจะประกอบด้วยวิตามิน คอลลาเจน โคเอนไซม์ และกลูต้าไธโอน ที่เป็นอาหารผิว การฉีดเมโสหน้าใสจึงเป็นหัตถการที่ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ผิวที่ดูกระจ่างใส เรียบเนียน ไวกว่าการบำรุงด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ตามปกติ เนื่องจากเป็นการบำรุงอย่างตรงจุดและล้ำลึก

หลักการทำงานของเมโสหน้าใสเป็นอย่างไร?

เนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใสจะเป็นการฉีดสารบำรุงลงไปยังชั้นกลางของผิว หรือชั้น Dermis ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังแท้ ประกอบไปด้วยโครงสร้างของคอลลาเจนและอิลาสตินซึ่งอาจมีการเสื่อมสภาพจากพฤติกรรมการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม หรือจากอายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อได้รับสารบำรุงจากตัวยาเมโสเข้าไปที่ชั้นผิวหนังดังกล่าวโดยตรง ผิวจะได้รับการซ่อมแซมโครงสร้าง ส่งผลให้เกิดความแข็งแรง ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และดูสุขภาพดีขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีดเมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใสจะช่วยบำรุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ผิวหน้าจึงเกิดการฟื้นฟูสภาพ ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์หลังฉีดได้ดังนี้

  • ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้น
  • สภาพผิวมีความแข็งแรง ผิวชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี
  • รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวดูยืดหยุ่น
  • ปัญหาฝ้า กระ หรือความหมองคล้ำดูเลือนลางลง
  • ฟื้นฟูผิวจากความอ่อนแอ แพ้ง่าย

เมโสหน้าใส เหมาะกับใคร?

เมโสหน้าใสเป็นทรีตเมนต์บำรุงที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวโดยเห็นผลค่อนข้างไวเทียบกับการบำรุงด้วยวิธีอื่น จึงเหมาะกับคนที่มีความต้องการ หรือมีข้อจำกัดดังนี้

  • คนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเองมากพอ
  • คนที่ใช้ครีมบำรุงผิวแต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงที่ดี
  • คนที่มีปัญหาผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย สิว ผดผื่นขึ้นบ่อย
  • คนที่ต้องการขับสารพิษ ดีท็อกซ์ผิว
  • คนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ผิวสุขภาพดีอย่างรวดเร็ว

เมโสหน้าใสมีกี่ยี่ห้อ?

เมโสหน้าใสมีตัวยาที่สกัดจากสารบำรุงหลากหลายแบบให้เลือก แต่ละยี่ห้อจึงช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างกัน ยี่ห้อที่นิยมในปัจจุบันมี 6 ยี่ห้อได้แก่

  1. Made Collagen เป็นตัวยายี่ห้อที่หลายๆ คลินิกแนะนำให้ฉีดเป็นตัวแรกเริ่ม เนื่องจากช่วยปรับสภาพผิวให้แข็งแรงขึ้น ขับสารพิษ ลดสิวและผื่นได้ดี
  2. Cytocare ตัวยาที่เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว เหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย เห็นผลลัพธ์ในการลดความหมองคล้ำ ฝ้า กระ รวมทั้งช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ดี
  3. Depigment เน้นช่วยปรับสภาพผิวให้มีความสม่ำเสมอ เรียบเนียนขึ้น ลดฝ้า กระ ได้เห็นผลดี
  4. Filorga ปรับสภาพผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น เหมาะกับคนที่มีความหมองคล้ำเพราะขาดการดูแลตัวเอง ช่วยบำรุงล้ำลึก ลดเลือนฝ้า
  5. Tensonez ช่วยลดจุดด่างดำ ปรับผิวให้ดูกระจ่างใส ภาพรวมดูมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น
  6. Alpha Arbutin เน้นฉีดเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าเป็นฝ้า กระ

เมโสหน้าใส VS มาเด้ ต่างกันอย่างไร?

สำหรับมือใหม่ในการฉีดเมโสหน้าใสอาจสงสัยความต่างระหว่างเมโสและมาเด้ ต้องตอบว่ามาเด้คอลลาเจนจะเป็นตัวยายี่ห้อหนึ่ง แต่จะมีความต่างจากเมโสตรงที่มาเด้จะเน้นฉีดเพื่อขับสารพิษ ปรับสภาพผิวให้แข็งแรง ในขณะที่ตัวยาเมโสยี่ห้ออื่นๆ จะเน้นบำรุงผิวให้กระจ่างใส ผิวดูสุภาพดีนั่นเอง นอกไปจากนี้เทคนิคในการฉีดเมโสและมาเด้ก็มีความแตกต่างกันอีกด้วย

2 เทคนิคในการฉีดเมโสหน้าใส

ตามที่ได้เกริ่นในหัวข้อก่อนหน้าว่าการฉีดเมโสหน้าใสและฉีดมาเด้คอลลาเจนใช้เทคนิคคนละแบบ ซึ่งมีวิธีการที่ต่างกันดังนี้

Advertisement

ฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

เทคนิคฉีดแบบสะกิดจะเป็นการใช้เข็มจิ้มลงบนใบหน้าเป็นจุดเล็กๆ โดยไม่ได้ลงลึกมาก แต่ทำอย่างทั่วถึงทั้งใบหน้า วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ดี แต่จะมีรอยเข็มค่อนข้างเยอะ อาจเกิดการระคายเคือง หรือติดเชื้อได้ง่าย จึงต้องดูแลรักษาความสะอาดหลังฉีดเป็นพิเศษ

ฉีดมาเด้คอลลาเจนแบบ 16 จุด

การฉีด 16 จุด เป็นเทคนิคที่ปรับมาจากการฝังเข็มในตำแหน่งต่อมน้ำเหลือง ใช้สำหรับการฉีดมาเด้คอลลาเจนซึ่งเป็นตัวยาที่เร่งให้เกิดการขับสารพิษในผิวผ่านทางต่อมน้ำเหลือง เทคนิคนี้แพทย์จะจิ้มเข็มลงลึกกว่าการฉีดแบบสะกิดเพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวได้มากยิ่งขึ้น หลังทำจะมีรอยแผลที่น้อยกว่า แต่เห็นผลลัพธ์ที่ดี ออกฤทธิ์ยาวนาน

เมโสหน้าใสเห็นผลภายในกี่วัน?

ผลลัพธ์หลังการฉีดเมโสหน้าใสจะเกิดขึ้นช้า-เร็วต่างกันไปในแต่ละบุคคล เนื่องจากเป็นหัตถการที่เน้นบำรุงและฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ หากมีการดูแลผิวที่ดีร่วมด้วยก็จะเห็นผลลัพธ์ไวกว่า โดยปกติหลังฉีดคนไข้จะเริ่มค่อยๆ รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง ผิวมีความลื่น ชุ่มชื้น และกระจ่างใส่ขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุดภายใน 7 – 14 วันหลังทำ

ผิวหน้าหมองคล้ำ ฉีดเมโสหน้าใสแล้วช่วยได้จริงไหม?

ความกระจ่างใสเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหลังฉีดเมโสหน้าใส หากเลือกฉีดยี่ห้อที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอน วิตามิน และ Transamin ซึ่งเป็นสารอาหารที่เน้นบำรุงผิวเพื่อปรับเม็ดสีเมลานินให้ลดลง หลังฉีดผิวหน้าจะกระจ่างใสขึ้นได้นั่นเอง

Advertisement

ฉีดเมโสหน้าใสอยู่ได้นานแค่ไหน?

การฉีดเมโสหน้าใสแต่ละครั้งจะออกฤทธิ์ได้นานประมาณ 1 – 2 เดือน ซึ่งหากฉีดสม่ำเสมอผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้น แต่ต้องเป็นการฉีดร่วมกับการปรับพฤติกรรม งดเว้นจะการทำร้ายผิว เช่น นอนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือโดนมลภาวะ จึงจะช่วยให้สภาพผิวหลังฉีดคงอยู่ได้นานขึ้น

ฉีดเมโสหน้าใสอันตรายไหม?

เมโสหน้าใสเป็นตัวยาที่ได้จากสารสกัดสารบำรุงผิวที่พบได้ตามธรรมชาติ และเป็นสารอาหารจำเป็นที่ผิวหน้าต้องการอยู่แล้ว การฉีดอย่างเหมาะสมตามปัญหาผิว เลือกใช้ตัวยาของแท้ และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีเทคนิคที่ถูกต้องในคลินิกที่เชื่อถือได้ ก็จะช่วยให้มั่นใจได้ในความปลอดภัย ลดความเสี่ยงหรือข้อผิดพลาดในการฉีด

ผลข้างเคียงหลังฉีดเมโสหน้าใส

หลังฉีดเมโสหน้าใสจะไม่มีผลข้างเคียงที่น่ากังวล หรือเกิดอันตรายต่อร่างกายเนื่องจากเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย ตัวยาได้มาจากสารสกัดจากธรรมชาติที่เข้าไปบำรุงผิว โอกาสเสี่ยงเกิดการแพ้ค่อนข้างน้อย จะมีเพียงอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดอย่างรอยเข็ม หรือมีตุ่มนูนบนใบหน้าบริเวณจุดที่ถูกจิ้ม แต่สามารถหายได้เองภายใน 1 – 3 วัน แนะนำให้รักษาความสะอาดในช่วงแรกๆ หลังฉีดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อผ่านทางรอยเข็มก็จะช่วยลดความเสี่ยงอักเสบหลังทำได้

เคล็ดลับช่วยให้เมโสหน้าใสเห็นผลไวขึ้น

การดูแลผิวหน้าด้วยตัวเองร่วมกับการฉีดเมโสหน้าใสจะเป็นวิธีที่ช่วยให้การฉีดเมโสหน้าใสเกิดผลลัพธ์ที่ดี ผลลัพธ์เกิดขึ้นไวและคงอยู่นานขึ้น แนะนำให้ทำตามเคล็กลับต่อไปนี้

Advertisement
  1. ทาครีมบำรุงผิว มอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นสิ่งที่ผิวต้องการเพื่อคงความชุ่มชื้นและความแข็งแรง หากทาครีมบำรุงเป็นประจำก็จะปรับสภาพให้ผิวดูกระจ่างใสและสุขภาพดีขึ้นไวยิ่งขึ้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวเช่น วิตามิน เบตาแคโรทีน หรือคอลลาเจน หากรับประทานอย่างเหมาะสมก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยบำรุงผิวควบคู่กับการฉีดเมโสหน้าใสให้เกิดผลลัพธ์ที่ไวขึ้นได้
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่เป็นสารเสพติดที่ส่งสารอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจะทำให้ผิวเหี่ยวย่น หมองคล้ำง่าย หากหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ก็จะช่วยป้องกันผิวไม่ให้โดนทำร้ายนั่นเอง
  4. นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับที่เพียงพอเป็นวิธีที่ดีที่ทำให้ผิวเกิดการฟื้นฟู ทำให้การบำรุงจากตัวยาเมโสหน้าใสเกิดผลได้ดี
  5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำจะช่วยเติมน้ำให้กับผิว ทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ดี ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวหน้าดูชุ่มชื้น มีเกราะป้องกันผิวไม่ถูกผลกระทบจากมลภาวะได้ง่าย
  6. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ช่วยให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดี มีสารอาหารไปเลี้ยงผิวหน้าอย่างเพียงพอ ทำให้ดูมีผิวที่สุขภาพดี กระจ่างใส ทำให้ฮอร์โมนที่ควบคุมความเครียดอยู่ในระดับสมดุล  เกิดการสร้างสารอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันผิว
  7. เลี่ยงการโดนแสงอาทิตย์ แสง UV เป็นตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่ายที่สุด หากเลี่ยงไม่สัมผัสแสงอาทิตย์โดยตรง หรือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงก็จะช่วยปกป้องผิวได้

เลือกฉีดเมโสหน้าใสยังไงให้เห็นผลที่ดี การฉีดเมโสหน้าใสให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีต้องฉีดอย่างถูกต้อง ซึ่งมีปัจจัยหลักๆ 3 ประการ ได้แก่

  1. เลือกฉีดยี่ห้อที่เหมาะกับสภาพผิว หากต้องการฉีดเมโสหน้าใสให้เกิดผลลัพธ์ที่ตรงตามต้องการควรเลือกตัวยาที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดตั้งแต่แรก เพื่่อช่วยแก้ปัญหาได้ตามสภาพผิว เช่น หากมีผิวแพ้ง่ายควรฉีดมาเด้คอลลาเจน หรือหากต้องการความกระจ่างใสควรฉีดตัวยาที่มีกลูต้าไธโอนและวิตามิน
  2. ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกเท่านั้น ตัวยาเมโสหน้าใสที่ฉีดนอกคลินิกมีความเสี่ยงเจอของปลอมได้ หากเลือกฉีดในคลินิกที่เชื่อถือได้จะช่วยลดความเสี่ยงลง ทำให้ได้ตัวยาที่มีคุณภาพ และทางคลินิกจะให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนฉีดให้เท่านั้น คนไข้จึงสามารถได้รับเทคนิคการฉีดที่ปลอดภัย ตรงจุด ตามมาด้วยผลลัพธ์ที่ดี
  3. ฉีดเมโสหน้าใสอย่างต่อเนื่อง การฉีดเมโสหน้าใส 1 ครั้งจะออกฤทธิ์บำรุงผิวคงอยู่ได้นานเต็มที่ที่สุดประมาณ 2 เดือน โดยเฉลี่ยแล้วจะคงสภาพชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด หากต้องการให้ความกระจ่างใสของผิวคงอยู่ได้นานขึ้นควรฉีดเติมอย่างต่อเนื่องทุกๆ 1 – 2 สัปดาห์

หลังฉีดเมโสหน้าใสมีข้อห้ามอะไรบ้าง?

  • งดล้างหน้าในช่วง 4 – 6 ชั่วโมงแรกหลังฉีด เพื่อเว้นช่วงปล่อยให้ผิวดูดซึมวิตามิน
  • ห้ามเจอแดดแรงในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
  • งดใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง หรือสารก่อการระคายเคืองต่อผิว
  • งดการสัมผัสผิวหน้า กด หรือนวดผิวบริเวณที่ทำ

สรุป

เลือกฉีดเมโสหน้าใสยี่ห้อที่เหมาะสม ฉีดโดยผู้เชี่ยวชาญ และดูแลหลังทำด้วยวิธีที่ถูกต้องก็จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์หลังฉีดอย่างเต็มประสิทธิภาพ หากยังไม่มั่นใจว่าควรฉีดเมโสหน้าใสที่ใด แนะนำ Gangnam Clinic ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ฉีดให้ทุกเคส มั่นใจได้ว่าใช้ตัวยาที่มีคุณภาพ ผ่านอย. ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีหลังทำ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือทำนัดได้ทาง Line : @gangnamclinic

Continue Reading
Advertisement