Connect with us

ข่าว

ก.ล.ต. แจงแนวทางบังคับใช้กฎหมาย ปราบเครือข่ายสแกมเมอร์และขบวนการฟอกเงิน

Published

on

สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษร้องทุกข์ต่อ บก.ปอศ. เอาผิด ยิม เลียก (Mr. Yim Leak) เจ้าของกองทุนที่แท้จริง กรณีเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน VGI ทะลุ 5% แต่ไม่ยอมรายงานแบบ 246-2 ตามที่กฎหมายกำหนด

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงกระบวนการบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงิน โดยเน้นย้ำแนวทางการดำเนินคดีตามพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน และกำกับดูแลตลาดทุนรวมถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีความโปร่งใส ป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นช่องทางในการทุจริตทางการเงิน อาชญากรรมทางไซเบอร์ และการฟอกเงิน ผ่านมาตรการเชิงป้องกันและการปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการดำเนินงานของ ก.ล.ต. มีแนวทางชัดเจนว่า ในส่วนที่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ทันทีโดยไม่กระทบต่อรูปคดีส่วนที่เหลือ จะแยกออกมาดำเนินการก่อน ดังที่ปรากฏในการประสานงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินได้ในหลายกรณี เนื่องจากพบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ก.ล.ต. ชี้แจงแนวทางบังคับใช้กฎหมายปราบเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงิน ยันบูรณาการร่วมหน่วยงานรัฐ เร่งขยายผลดำเนินคดีทุกฐานความผิดโดยไม่เลือกปฏิบัติ

ในส่วนของความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ โดยเฉพาะประเด็นการรายงานการถือครองหลักทรัพย์และการเข้าครอบงำกิจการ จำเป็นต้องอาศัยการรวบรวมพยานหลักฐานหลายขั้นตอนเพื่อพิสูจน์ตัวตนของผู้ถือครองที่แท้จริงและระยะเวลาที่เกิดการกระทำความผิด การเร่งดำเนินการเฉพาะผู้เกี่ยวข้องบางรายอาจส่งผลกระทบต่อการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ความรอบคอบในกระบวนการนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อคงประสิทธิภาพในการติดตามตัวผู้กระทำผิดและผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด โดยกรณีที่มีพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ก.ล.ต. ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายไปก่อนหน้านี้

ขณะนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการเร่งรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงการประสานงานขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศผ่านช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการดำเนินคดีตามพยานหลักฐานให้ครอบคลุมทุกฐานความผิดอย่างเท่าเทียม และยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเคยดำรงตำแหน่งใดมาก่อน

Advertisement
Continue Reading
Advertisement