การเมือง
ภูเก็ตสั่งตรวจเชิงลึก ชาบัด ป่าตอง ขีดเส้น 7 วัน โยงปมนอมินีถือครองที่ดิน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – จังหวัดภูเก็ตเดินหน้าตรวจสอบเชิงลึกกรณี ชาบัด ป่าตอง เพื่อตรวจสอบการได้มาของที่ดิน การขออนุญาตก่อสร้าง และใบอนุญาตประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ หลังพบความเชื่อมโยงกับกรณีการสร้างสุสานชาวยิวของชาวต่างชาติ โดยขีดเส้นตายให้สรุปผลภายใน 7 วัน พร้อมเผยมาตรการกวาดล้าง นอมินีต่างชาติ ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนนิติบุคคลต่างด้าวลดลงกว่า 60%
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับกรณีการสร้างสุสานของชาวต่างชาติ ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริษัทผู้สร้างสุสานมีผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง 3 ราย เป็นชาวอิสราเอลที่ได้รับสัญชาติไทยและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายชาบัดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ทางด้าน นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลภาพรวมเชิงลึกของ ชาบัด ป่าตอง ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการครอบครองที่ดิน การขออนุญาตใช้ที่ดิน การอนุญาตก่อสร้างอาคาร รวมถึงการประกอบธุรกิจการค้าทั้งหมดภายในพื้นที่ ตลอดจนตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นว่ามีความซ้ำซ้อนกับบริษัทผู้สร้างสุสานชาวยิวหรือไม่ โดยกำหนดกรอบเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ก่อนจะแถลงผลสรุปให้ประชาชนรับทราบต่อไป
นอกจากนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมถึงภาพรวมธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตว่า ปัจจุบันมีนิติบุคคลจดทะเบียนรวมกว่า 32,000 ราย โดยเป็นนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นกว่า 11,000 ราย หรือคิดเป็น 34.59% ซึ่งสัญชาติที่เข้ามาถือหุ้นมากที่สุด ได้แก่ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย
จากการคัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายลักษณะนอมินีจำนวน 6,682 ราย เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานเพียงพอและส่งฟ้องดำเนินคดีแล้ว 196 ราย ปัจจุบันศาลมีคำพิพากษาแล้ว 9 คดี อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา 6 คดี และอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 191 ราย ซึ่งมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราการจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นในพื้นที่ลดลงกว่า 60% ขณะที่ยอดการยื่นขอจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลเพิ่มขึ้นประมาณ 30%
