Connect with us

ข่าว

แคสเปอร์สกี้เปิดสถิติภัยคุกคามบนมือถือเอเชียแปซิฟิกพุ่ง 49% พบไทยเผชิญการโจมตีต่อคนสูงสุดในอาเซียน

Published

on

ผลสำรวจแคสเปอร์สกี้พบคนไทย 74% ใช้สมาร์ทโฟนเข้าอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก เตือนภัยจัดเก็บข้อมูลสำคัญแต่ขาดการป้องกัน แนะ 3 วิธีรับมือภัยไซเบอร์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เปิดเผยรายงานสถิติภัยคุกคามทางไซเบอร์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569 พบว่าอัตราการตรวจพบ โมบายมัลแวร์ เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยปรับขึ้นจาก 4.9 ครั้ง เป็น 7.3 ครั้งต่อราย สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มมิจฉาชีพและอาชญากรไซเบอร์เปลี่ยนยุทธวิธีมามุ่งเน้นการโจมตีผู้ใช้งานรายบุคคลอย่างเจาะจงและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น แม้ภาพรวมของจำนวนผู้ใช้งานที่พบเจอภัยคุกคามจะปรับตัวลดลงก็ตาม

ข้อมูลการสำรวจใน 8 ตลาดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกชี้ว่า ประเทศไทยมีอัตราความกระจุกตัวของการโจมตีสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสถิติตรวจพบภัยคุกคามรวม 2,494 ครั้ง หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยการตรวจพบต่อผู้ใช้พุ่งจาก 3.0 ครั้ง เป็น 11.9 ครั้ง ขณะที่ศรีลังกามียอดตรวจพบเพิ่มขึ้น 132% อยู่ที่ 922 ครั้ง หรือเฉลี่ย 17.4 ครั้งต่อผู้ใช้ สำหรับฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 28% อยู่ที่ 2,011 ครั้ง บังกลาเทศเพิ่มขึ้น 108% อยู่ที่ 1,859 ครั้ง และจีนมีสถิติตรวจพบ 6,797 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว โดยมีเพียงจีนและบังกลาเทศเท่านั้นที่มีทั้งจำนวนการตรวจพบและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ส่วนประเทศที่มีปริมาณการตรวจพบสูงสุดในภูมิภาคยังคงเป็นอินเดียที่ 18,187 ครั้ง และอินโดนีเซียที่ 15,163 ครั้ง

รูปแบบการโจมตีบนอุปกรณ์เคลื่อนที่มีการกระจายตัวผ่านหลายช่องทาง ทั้งการใช้หน้าเว็บฟิชชิง ลิงก์หลอกลวงผ่าน SMS แอปพลิเคชันส่งข้อความ บัญชีโซเชียลมีเดีย การประกาศรับสมัครงานปลอม ตลอดจนแคมเปญแจกสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้ก่อเหตุเน้นพุ่งเป้าไปที่การขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบของแอปพลิเคชันสนทนาและพอร์ทัลบริการภาครัฐ เพื่อนำไปใช้สวมรอยอัตลักษณ์และหลอกลวงต่อเนื่อง นอกจากนี้ เทคนิคการโจมตียังมีความซับซ้อนขึ้นด้วยการใช้ห่วงโซ่การโจมตีหลายขั้นตอน (Multi-stage attack chains) หรือมัลแวร์ที่ฝังตัวจากการเข้าชมเว็บไซต์ที่ถูกแฮกโดยที่ผู้ใช้แทบไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับระบบ ขณะเดียวกันในอินเดียยังพบการระบาดของโทรจัน Rewardsteal ที่แฝงมากับแอปพลิเคชันแจกของรางวัล และโทรจัน Thamera ที่เข้าควบคุมอุปกรณ์เพื่อสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียปลอม

นอกจากนี้ ผลสำรวจระดับโลกของแคสเปอร์สกี้ในหัวข้อ The Great Messaging Heist ระบุว่า เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความแนบเนียนให้กับการหลอกลวง โดย 66% ของผู้ตกเป็นเหยื่อเชื่อว่าผู้ก่อเหตุใช้ AI ช่วยในการโจมตี ซึ่งแบ่งเป็นการใช้ AI สร้างข้อความหลอกลวง 42% การเลียนเสียง 31% และการสร้างภาพหรือวิดีโอดีปเฟก (Deepfake) 25% เพื่อปลอมเป็นบุคคลใกล้ชิดหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ โดยการหลอกลวงที่ประสบความสำเร็จกว่า 52% ใช้เวลาดำเนินการเบ็ดเสร็จไม่ถึง 30 นาที นับตั้งแต่เริ่มติดต่อจนกระทั่งเหยื่อโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

Advertisement

ชุน ฮอง ชี หัวหน้าฝ่ายช่องทางจำหน่ายสำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ ระบุว่า ภัยคุกคามบนมือถือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาชญากรไซเบอร์ได้ผสานเทคนิคการหลบเลี่ยงการตรวจจับ มัลแวร์ที่มีการฝังตัวแน่นหนา และการสร้างเนื้อหาล่อลวงด้วยเทคโนโลยี AI เข้าไว้ด้วยกัน การรักษาความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องอาศัยแนวทางการตรวจสอบและป้องกันภัยคุกคามเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถตรวจจับความผิดปกติได้ก่อนที่ผู้ใช้งานจะได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ แคสเปอร์สกี้ได้แนะนำแนวทางความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ ได้แก่ การตรวจสอบความน่าเชื่อถือและสิทธิ์การเข้าถึงของแอปพลิเคชันก่อนดาวน์โหลด ระมัดระวังข้อเสนอเงินคืนหรือของรางวัลฟรี ตรวจสอบความถูกต้องของลิงก์จากทุกช่องทาง เปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) ในทุกบัญชีบริการ หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการกับแอปพลิเคชันให้เป็นรุ่นล่าสุด และติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยดิจิทัลบนอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ