Connect with us

ข่าว

รัฐบาลเผยสถานการณ์โควิด-19 ยังอยู่ในระดับคาดการณ์ ย้ำประชาชนยึดหลักป่วยพักลดใกล้ชิด

Published

on

รัฐบาลเผยสถานการณ์โควิด-19 ยังอยู่ในระดับคาดการณ์ตามฤดูกาล ย้ำระบบยารักษาพร้อม แนะยึดหลักป่วยพักลดใกล้ชิด เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงและข่าวปลอม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลติดตาม สถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่อง เผยภาพรวมยังเป็นไปตามการคาดการณ์ของโรคติดต่อตามฤดูกาล แม้พบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ยืนยันระบบสาธารณสุข ยา และเวชภัณฑ์มีความพร้อมเพียงพอ พร้อมแนะประชาชนยึดหลัก ป่วยพัก ลดใกล้ชิด และอย่าตื่นตระหนกต่อ ข่าวปลอม

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้รายงานข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 28 สิงหาคม 2569 พบผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 95,357 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 144.76 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 14 ราย คิดเป็นอัตราตาย 0.02 ต่อประชากรแสนคน และมีอัตราป่วยตายร้อยละ 0.01 ซึ่งมีแนวโน้มรายงานผู้ป่วยสูงขึ้นในรอบเดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับโรคระบบทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ ไวรัส RSV ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล

ด้านการเฝ้าระวังสายพันธุ์โอไมครอน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงานข้อมูลผ่านฐานข้อมูล GISAID สะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 23 กรกฎาคม 2569 จำนวน 978 ราย พบสายพันธุ์หลักคือ NB.1.8.1 คิดเป็นร้อยละ 50.10 รองลงมาคือ JN.1 ร้อยละ 25.15, XEC ร้อยละ 8.38, XFG ร้อยละ 7.77 และ BA.3.2 ร้อยละ 0.82 สำหรับแนวโน้มล่าสุดระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน ถึง 20 กรกฎาคม 2569 จำนวน 48 ราย ยังคงพบ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่ร้อยละ 56.25 และ JN.1* ร้อยละ 31.25

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียน สถานที่ทำงาน หรือชุมชน จึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย ควรพักผ่อนให้เพียงพอ แยกตัวเพื่อลดการแพร่เชื้อ สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง 608 เช่น ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว

Advertisement

ทั้งนี้ หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก หรือรับประทานอาหารได้น้อย ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนส่งต่อข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ และติดตามข้อมูลทางการจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค หรือสอบถามสายด่วน 1422

Continue Reading
Advertisement