Connect with us

ข่าว

กทม. ยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพสู่หน่วยเศรษฐกิจเมือง ปรับหลักสูตรเพิ่มทักษะตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

Published

on

กทม. ยกระดับโรงเรียนและศูนย์ฝึกอาชีพสู่หน่วยเศรษฐกิจเมือง ปรับปรุงหลักสูตรและพัฒนาเทคโนโลยีรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรุงเทพมหานครเดินหน้านโยบายยกระดับโรงเรียนและศูนย์ฝึกอาชีพสู่การเป็นหน่วยเศรษฐกิจเมือง พร้อมปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนและเพิ่มทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมโรงเรียนฝึกอาชีพและศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ร่วมกับผู้บริหารสำนักพัฒนาสังคม สำนักงานการส่งเสริมอาชีพ ผู้บริหารเขต และผู้บริหารสถานศึกษาฝึกอาชีพ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีการหารือถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนบทบาทของสถานที่ฝึกอาชีพจากเดิมที่เป็นงานสวัสดิการสังคม ให้ก้าวไปสู่การเป็นหน่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองผ่านแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต และการเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพใหม่

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคลเน้นการเพิ่มทักษะและการพัฒนาทักษะใหม่ ระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสนับสนุนการนำความรู้ไปต่อยอดทำธุรกิจ และระดับองค์กรเอกชนที่ร่วมมือในการปรับหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้สำรวจสภาพอาคารและครุภัณฑ์ของโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง และศูนย์ฝึกอาชีพ 11 แห่ง ที่มีความทรุดโทรม เพื่อจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 ในการปรับปรุงสถานที่ให้มีความทันสมัยและรองรับผู้เรียนทุกวัย

กทม. ยกระดับโรงเรียนและศูนย์ฝึกอาชีพสู่หน่วยเศรษฐกิจเมือง ปรับปรุงหลักสูตรและพัฒนาเทคโนโลยีรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

ด้านการจัดการเรียนการสอน ได้กำหนดแนวทางปรับปรุงหลักสูตรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ หลักสูตรที่ได้รับความนิยมจะมุ่งยกระดับคุณภาพให้ต่อเนื่อง หลักสูตรที่มีผู้สนใจน้อยจะพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบ เวลาเรียน หรือยกเลิกหากไม่ตอบโจทย์ และหลักสูตรใหม่ที่จะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมออกแบบ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะไปปฏิบัติงานได้จริง พร้อมทั้งเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครระดับมัธยมศึกษา และพัฒนาโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการร่วมกับภาคเอกชน

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครได้นำระบบดิจิทัลมาใช้นิเทศและบริหารจัดการ โดยเชื่อมโยงข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม BMA Training สำหรับสมัครเรียน และแพลตฟอร์ม Next Learn สำหรับรวบรวมแหล่งเรียนรู้ เพื่อลดขั้นตอนการทำงานแบบดั้งเดิม และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน ทั้งนี้ จะมีการประชุมติดตามผลการสำรวจและแผนดำเนินงานอีกครั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569

Advertisement