การเมือง
รัฐบาลใช้กรอบคัด Data Center 4 มิติ ดันลงทุน 7.5 แสนล้านบาท เน้นสร้างงานทักษะสูง คุ้มครองต้นทุนน้ำไฟประชาชน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลวางกลไกคัดกรองการลงทุน Data Center ผ่านกรอบการพิจารณา 4 มิติ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างระเบียบจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ Data Center เพื่อขับเคลื่อนเม็ดเงินลงทุนมูลค่ารวมกว่า 750,000 ล้านบาท ให้สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยสูงสุด ทั้งการสร้างงานทักษะสูง การเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs และการควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสาธารณูปโภคของประชาชน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เตรียมยกระดับเกณฑ์การพิจารณาโครงการใน 4 มิติ ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศ ความพร้อมด้านพลังงานและน้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนับตั้งแต่ปี 2567 ถึง 2569 มีโครงการ Data Center ที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วจำนวน 42 โครงการ ซึ่งภาครัฐต้องการให้การลงทุนดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนาวิศวกรและช่างเทคนิคไทย ตลอดจนการดึงดูดผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ การส่งเสริม Data Center ยังมุ่งหวังให้เป็นฐานรากในการพัฒนาระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ สตาร์ตอัป และสถาบันการศึกษา สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีคลาวด์และกำลังการประมวลผลสูงได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันการใช้อุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศไทย ซึ่งมีความพร้อมด้านฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และระบบทำความเย็นอยู่แล้ว
ในส่วนของมิติด้านพลังงานและทรัพยากรน้ำ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ได้เห็นชอบให้แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับ Data Center ออกมาโดยเฉพาะ เพื่อให้อัตราค่าบริการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและมีหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ขณะที่การบริหารจัดการน้ำ อยู่ระหว่างพิจารณาค่าน้ำสำหรับผู้ใช้รายใหญ่ การส่งเสริมระบบทำความเย็นที่ประหยัดน้ำ และการเตรียมแผนรองรับช่วงฤดูแล้ง เพื่อป้องกันการส่งผ่านภาระต้นทุนไปยังภาคประชาชน
สำหรับมิติด้านสิ่งแวดล้อม จะมีการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง การป้องกันอัคคีภัย การจัดการความร้อนและเสียง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจัดทำแผนที่ศักยภาพระบบโครงข่ายไฟฟ้า หรือ Power Map และแผนที่ระบบน้ำและชลประทาน หรือ Water Map เพื่อกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการตั้งโครงการในอนาคต ซึ่งเกณฑ์การคัดกรองและแนวทางกำหนดพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำร่วมกับคณะกรรมการนโยบายฯ ชุดใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
