ข่าว
ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครอง “เทพศิรินทร์ นนทบุรี” แจ้งความสยบข่าวลือผู้ก่อเหตุ 2 คน พร้อมแจงชายชุดดำคือตำรวจนอกเครื่องแบบ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี เดินทางเข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน ณ สภ.ปลายบาง เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงสยบข่าวลือกรณีเหตุความรุนแรงในโรงเรียน ยืนยันผู้ก่อเหตุมีเพียงคนเดียว ส่วนชายชุดดำติดอาวุธที่ปรากฏในวันเกิดเหตุคือเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่เข้ามาระงับเหตุ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการปล่อยปละละเลยให้เกิดการบูลลี่ภายในสถานศึกษา
นายณัฐพงษ์ สาเกตุ และนางปาริษา ศรีแสงจ้าย ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี เปิดเผยว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้เนื่องจากมีการแชร์ข้อความในกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครองว่าอาจมีผู้ก่อเหตุรายอื่นหรืออาจเกิดเหตุซ้ำ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นความเข้าใจผิดของนักเรียนที่วิ่งลงมาจากอาคารแล้วเห็นชายชุดดำถืออาวุธปืน ซึ่งแท้จริงแล้วคือดาบตำรวจนอกเครื่องแบบจาก สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ที่เดินทางมาถึงเป็นคนแรก และได้แสดงตัวพร้อมโชว์บัตรประจำตัวก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือนักเรียนออกจากอาคาร การนำข้อมูลมามอบให้ตำรวจจึงเป็นการช่วยสยบข่าวลือไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้าง
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกบูลลี่หรือมีสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุนั้น ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ผู้ก่อเหตุไม่ได้มีพฤติกรรมผิดปกติหรือแสดงสัญญาณเตือนใดๆ โดยในวันเกิดเหตุ หลังจากเดินทางมาจากบ้าน ได้เข้ามาถึงโรงเรียนในเวลาประมาณ 06.20 น. เข้าร่วมการเคารพธงชาติและเข้าเรียนคาบแรกตามปกติ ยืนยันว่าโรงเรียนมีกล้องวงจรปิดครอบคลุมและมีครูดูแลรับผิดชอบ หากมีการบูลลี่เกิดขึ้นทางโรงเรียนจะไม่ปล่อยผ่านอย่างแน่นอน
สำหรับมาตรการเยียวยาจิตใจ ได้มีเจ้าหน้าที่จาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลประเมินสุขภาพจิตของนักเรียนอย่างใกล้ชิด ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยปกติ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ส่วนมาตรการเชิงลึกอื่นๆ กำลังอยู่ระหว่างการประชุมสรุปของฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ โรงเรียนประกาศหยุดทำการเรียนการสอนในวันที่ 10-11 และ 13-14 สิงหาคม และจะเปิดเรียนตามปกติในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม
นอกจากนี้ ตัวแทนผู้ปกครองยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่จะให้ครูพกอาวุธปืน โดยมองว่าอาวุธปืนเป็นดาบสองคมและไม่ควรนำเข้ามาในสถานศึกษา แต่มองว่าควรเพิ่มมาตรการป้องกันเชิงโครงสร้างมากกว่า เช่น การติดตั้งเครื่องสแกนตรวจจับอาวุธบริเวณทางเข้าโรงเรียน หรือการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นอาวุธก่อนเข้าพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักเรียนทุกคน
