Connect with us

ข่าว

สหรัฐฯ สั่งแบนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน รวมถึง “หุ่นยนต์ดูดฝุ่น” และอินเวอร์เตอร์ หวั่นกระทบความมั่นคงแห่งชาติ

Published

on

การ์ทเนอร์คาดมูลค่าใช้จ่ายโมเดลและแพลตฟอร์ม AI ทั่วโลกปี 2026 โต 63.4% แตะ 64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เผยองค์กรเน้นคุมต้นทุนและวัดผลได้จริง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา (FCC) ประกาศมาตรการสั่งห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หุ่นยนต์สี่ขา และอินเวอร์เตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ผลิตจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีน เพื่อป้องกันภัยคุกคามด้านความมั่นคงแห่งชาติและปกป้องห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ของสหรัฐฯ

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงอุปกรณ์หุ่นยนต์ขั้นสูงที่สามารถเคลื่อนที่ได้เองหรือถูกควบคุมระยะไกล ซึ่งมีเซ็นเซอร์และระบบเชื่อมต่อเครือข่าย รวมถึงอินเวอร์เตอร์ที่ใช้เชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียนเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า

โดย FCC ระบุว่าอุปกรณ์เหล่านี้อาจสร้างช่องโหว่ในห่วงโซ่อุปทานที่นำไปสู่การขโมยข้อมูลหรือการโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ซึ่ง Brendan Carr ประธานคณะกรรมการเน้นย้ำว่าหน่วยงานจะเดินหน้าปกป้องห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวจะบังคับใช้เฉพาะกับสินค้ารุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยวางจำหน่าย ขณะที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบอยู่กับที่และหุ่นยนต์ทางการแพทย์จะได้รับการยกเว้น

การสั่งแบนหุ่นยนต์จีนในครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Unitree รวมถึงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่จากแบรนด์จีน ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอาจทำให้การพัฒนานวัตกรรม AI เชิงกายภาพของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงในระยะสั้น เนื่องจากการขาดแคลนแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ราคาประหยัดสำหรับการวิจัย

Advertisement

อย่างไรก็ตามผู้บริหารบริษัทหุ่นยนต์ในสหรัฐฯ หลายรายมองว่านี่เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการตั้งฐานการผลิตภายในประเทศมากขึ้น โดยปัจจุบันมีหลายบริษัทที่กำลังเร่งขยายการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในสหรัฐฯ เช่น Agility Robotics, Figure AI และ Boston Dynamics

ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันได้ออกมาตอบโต้มาตรการดังกล่าว โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ รับฟังเสียงของภาคธุรกิจและยุติการใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อคุกคามบริษัทจีน พร้อมเตือนว่ารัฐบาลปักกิ่งจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อตอบโต้การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศ

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่าข้อจำกัดของ FCC เป็นการเลือกปฏิบัติที่บ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและสร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

Advertisement