Connect with us

ข่าว

Bolt ร่วมมือภาครัฐยกระดับบริการเรียกรถผ่านแอป ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท ดันคนขับเข้าสู่ระบบกฎหมาย

Published

on

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท โบลท์ ประเทศไทย (Bolt) ประกาศลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความเป็นมืออาชีพ และส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายในประเทศไทย โดยเผยผลการดำเนินงานในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาว่าได้ทุ่มงบประมาณลงทุนไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท ส่งผลให้มีผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะเพิ่มขึ้นมากกว่า 60,000 คน

ปัจจุบันบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบคมนาคมและการท่องเที่ยวในประเทศไทย ภาครัฐจึงได้เข้ามาทำงานร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอย่างใกล้ชิดเพื่อจัดระเบียบและสร้างมาตรฐานความปลอดภัย โดยทาง Bolt ได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนผู้ขับขี่หลายด้าน เช่น โครงการ Booster Week เพื่อรณรงค์การขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) การมอบสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจทางการเงิน การจัดตั้งทีมสนับสนุนเฉพาะกิจ ตลอดจนร่วมมือกับบริษัทประกันภัยและสถาบันการเงินเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ในการเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงนโยบายดังกล่าวว่า “กระทรวงคมนาคมมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการของแพลตฟอร์มเรียกรถผ่านแอป เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน โดยเร่งผลักดันให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม”

ด้าน นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โบลท์ ประเทศไทย (Bolt) กล่าวว่า “การสร้างอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปที่มีความปลอดภัยและยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เรามุ่งมั่นสนับสนุนผู้ขับขี่ในระบบอย่างเป็นรูปธรรม และทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมร่วมผลักดันการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม”

นอกจากมาตรการสนับสนุนผู้ขับขี่แล้ว บริษัทยังระบุว่ามีแผนที่จะลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยภายในแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและสร้างระบบบริการเรียกรถผ่านแอปในประเทศไทยให้มีความยั่งยืนและปลอดภัยต่อทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ต่อไปในอนาคต

Advertisement
Continue Reading
Advertisement