ข่าว
รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา Hantavirus หลังพบผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ ย้ำไทยความเสี่ยงต่ำ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขประกาศเฝ้าระวังการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) อย่างใกล้ชิด หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานพบผู้ติดเชื้อที่มีความเชื่อมโยงกับเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ แม้ปัจจุบันจะยังไม่พบการแพร่ระบาดภายในประเทศไทยและประเมินว่าความเสี่ยงยังอยู่ในระดับต่ำ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยกระดับมาตรการคัดกรอง ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และระบบเฝ้าระวังทั่วประเทศเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
- WHO ยืนยันผู้ป่วยบนเรือสำราญ MV Hondius ติดเชื้อไวรัสฮันตาสายพันธุ์แอนดีส เสียชีวิตแล้ว 3 ราย
- สหรัฐฯ ประกาศเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ในระดับต่ำสุด หลังพบผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ
- อังกฤษยืนยันพบพลเมือง 2 รายติดเชื้อไวรัสฮันตา เร่งกักตัวผู้เดินทางกลับจากเรือสำราญ ลำต้นเหตุ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายละเอียดของ เชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ว่าเป็นโรคที่มีสัตว์ฟันแทะ อาทิ หนูนาและหนูบ้าน เป็นพาหะนำโรคหลัก การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนของเสียจากหนู เช่น ปัสสาวะหรืออุจจาระ ในพื้นที่อับอากาศ สำหรับการติดต่อจากคนสู่คนนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากและจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้น โดยอาการในระยะแรกจะคล้ายคลึงกับไข้หวัด แต่อาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจในเวลาต่อมา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยาต้านไวรัสโดยเฉพาะ การรักษาจึงต้องทำตามอาการ
ในส่วนของมาตรการเชิงรุก กรมควบคุมโรค ได้รับสั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง โดยประสานงานร่วมกับสายการบินและท่าเรืออย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนสถานพยาบาลทั่วประเทศให้เฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ นอกจากนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมในการกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบตอบโต้สถานการณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
รัฐบาลยังได้ออกคำแนะนำถึงประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง โดยเน้นการรักษาความสะอาดที่อยู่อาศัยเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์หนู หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณอับอากาศ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยงไม่ควรใช้วิธีการกวาดหรือดูดฝุ่นที่อาจทำให้เชื้อฟุ้งกระจาย แต่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นนำก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันการสูดดมเชื้อเข้าสู่ร่างกาย
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่ำ แต่ได้เตรียมความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสื่อสาร เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้ายถึงความพร้อมของภาครัฐในการรับมือสถานการณ์ดังกล่าว
