การเมือง
รัฐบาลแจง สมช. มติเอกฉันท์ยกเลิก MOU 2544 เตรียมเซ็ตซีโร่กรอบเจรจาไทย-กัมพูชาใหม่ ลดปมพิพาทเขตแดน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติเห็นชอบให้ ยกเลิก MOU 2544 ซึ่งเป็นกรอบความตกลงว่าด้วยการพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่าง ไทยและกัมพูชา (Thailand-Cambodia) โดยให้เหตุผลว่าตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา การเจรจาไม่มีความคืบหน้าและนำไปสู่ความขัดแย้งเรื่องเส้นเขตแดนอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงเตรียมวางกรอบการทำงานใหม่ที่เน้นการตกลงเขตแดนให้ชัดเจนก่อนเริ่มการพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นคงชายแดนตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council) ครั้งที่ 2/2569 โดยระบุว่ามติการยกเลิก MOU 2544 เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดน เนื่องจากข้อตกลงฉบับเดิมที่ใช้ในการเจรจาบริหารทรัพยากรใต้ทะเลนั้น ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมามีการเจรจากันเพียง 5 ครั้ง และไม่สามารถหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกันได้ แต่กลับกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลและความหวาดระแวงระหว่างสองประเทศ
เหตุผลสำคัญในการตัดสินใจครั้งนี้คือการยุติกรอบเจรจาเดิมที่ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ โดยทางรัฐบาลไทยยืนยันว่า หากทาง ประเทศกัมพูชา (Cambodia) ยังคงเห็นประโยชน์จากการพัฒนาทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกัน จะต้องมีการแสดงเจตนารมณ์เพื่อจัดทำกรอบการเจรจาใหม่ที่มีความเป็นไปได้จริง และไม่นำไปสู่ปัญหาการทับซ้อนของเขตแดนเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งสถานการณ์ความขัดแย้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือไม่คืบหน้า
นางสาวรัชดา ระบุว่าหลักการสำคัญหลังจากนี้คือต้องมีการตกลงเรื่อง เขตแดนทางทะเล ให้ชัดเจนเป็นอันดับแรก ก่อนจะพิจารณาแนวทางพัฒนาทรัพยากรร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจและเป็นธรรม ทั้งนี้มติดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคงที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคี
“มุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MOU 2544 และในวันนี้ ที่ประชุม สมช. ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็มีมติเห็นชอบด้วยแล้ว” นางสาวรัชดา กล่าวถึงถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีที่เคยระบุไว้ในนโยบายส่งเสริมความมั่นคงชายแดน
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติจะนำมติดังกล่าวเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี (Cabinet) เพื่อพิจารณาอย่างเป็นทางการ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแล้ว จะมอบหมายให้ กระทรวงการต่างประเทศ (Ministry of Foreign Affairs) ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและระหว่างประเทศในการยกเลิกความตกลงดังกล่าวต่อไป เพื่อนำไปสู่การวางรากฐานความร่วมมือใหม่ที่ยั่งยืนกว่าเดิม
