การเมือง
ครม. เห็นชอบร่างปฏิญญาบากู มุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และขับเคลื่อนสังคมทุกช่วงวัยในเอเชีย-แปซิฟิก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่าง ปฏิญญาบากู (Baku Declaration) ว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนามนุษย์เพื่อขับเคลื่อนสังคมสำหรับทุกช่วงวัยในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เตรียมประกาศจุดยืนในเวทีการประชุม เอสแคป (ESCAP) สมัยที่ 82 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเน้นการสร้างโอกาสในตลาดแรงงานและการเข้าถึงระบบสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่า กระทรวงการต่างประเทศ หรือ Ministry of Foreign Affairs ได้นำเสนอรร่างปฏิญญาดังกล่าว เพื่อให้หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ซึ่งนำโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้แทน เข้าร่วมรับรองร่างปฏิญญาในการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก หรือ Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (ESCAP) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–24 เมษายน 2569 โดยมีกำหนดการรับรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 เมษายนนี้
สาระสำคัญของร่าง ปฏิญญาบากู (Baku Declaration) มุ่งเน้นไปที่การพัฒนามนุษย์ในทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสการจ้างงานที่มีคุณค่า และการเสริมสร้างทักษะแรงงานให้ก้าวทันเทคโนโลยี ดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital and Innovation) รวมถึงการสนับสนุนบทบาทของสตรีและเยาวชน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการ ให้สามารถเข้าถึงอาชีพและการพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อสร้างความเท่าเทียมในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากด้านเศรษฐกิจและแรงงานแล้ว ปฏิญญาดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขแบบบูรณาการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดการเข้าถึงสวัสดิการสุขภาพอย่างทั่วถึง ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศสมาชิกในการรับมือกับความท้าทายทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
นางสาวลลิดา ระบุว่า “การเข้าร่วมรับรองปฏิญญาครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ และสร้างสังคมที่ครอบคลุมสำหรับทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าร่างปฏิญญานี้ไม่มีผลผูกพันเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ จึงมีความคล่องตัวในการปรับปรุงรายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่มีผลกระทบต่อสาระสำคัญหรือประโยชน์ของชาติ
