ข่าว
ทรู เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ 4 ชุด ชูดอกเบี้ยสูงสุด 3.35% หลังทริสเรทติ้งปรับแนวโน้มเครดิตเป็นบวก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation เตรียมเสนอขาย หุ้นกู้ชุดใหม่ ประเดิมปี 2569 จำนวน 4 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง [2.45 – 3.35]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ซึ่งหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A+” พร้อมการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตจาก “คงที่” (Stable) เป็น “บวก” (Positive) โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating) สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องภายหลังการควบรวมกิจการ คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และ 5-6 พฤษภาคม 2569 นี้
รายละเอียดของ หุ้นกู้ทรู ทั้ง 4 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 อายุ 4 ปี ดอกเบี้ย [2.45 – 2.60]% ต่อปี, ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย [2.60 – 2.80]% ต่อปี, ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี ดอกเบี้ย [3.00 – 3.20]% ต่อปี และชุดที่ 4 อายุ 10 ปี ดอกเบี้ย [3.20 – 3.35]% ต่อปี โดยในชุดที่ 4 ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ตั้งแต่เมื่อหุ้นกู้อายุครบ 5 ปีเป็นต้นไป ทั้งนี้การเสนอขายดังกล่าวจะกระทำผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำ และช่องทางดิจิทัลอย่างแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ (TrueMoney Wallet) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนรายย่อยที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง
นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินของ ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “ความสำเร็จของทรูในปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ แม้เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ผลประกอบการยังสอดคล้องกับเป้าหมาย โดยบริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9.2 พันล้านบาท และทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 นับตั้งแต่ควบรวมกิจการ จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ วินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง และการมุ่งเน้นลูกค้าที่มีคุณภาพ” นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 105.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีการประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรกหลังการควบรวม
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ ทริสเรทติ้ง ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “บวก” มาจากสถานะผู้นำในตลาดโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และการรับรู้ประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergy) อย่างชัดเจน โดยบริษัทได้ดำเนินการควบรวมโครงข่ายครั้งใหญ่ในอาเซียนสำเร็จ ช่วยเสริมศักยภาพ 5G และ 4G พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า
ทางด้านแผนยุทธศาสตร์ทางการเงิน ทรู คาดการณ์ว่าอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69 ภายในปี 2571 จากเดิมร้อยละ 64 ในปี 2568 ขณะเดียวกันภายหลังการปรับปรุงโครงข่ายแล้วเสร็จ บริษัทคาดว่าการลงทุนจะทยอยลดลงตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าปรับโครงสร้างทางการเงินให้มีระดับหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Leverage) อยู่ที่ประมาณ 3.0 เท่า ภายในปี 2571 เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

สำหรับการจองซื้อหุ้นกู้ในครั้งนี้ กำหนดมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารยูโอบี, บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร และ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส รวมถึงช่องทางออนไลน์ของแต่ละสถาบันการเงิน โดยมี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในครั้งนี้
- คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th
- หมายเหตุ: บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน
