ข่าว
ปอร์เช่ เปิดตัว Cayenne S Electric เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ชูจุดเด่นชาร์จเร็วและระยะทางวิ่งไกล 653 กิโลเมตร
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ปอร์เช่ (Porsche) ประกาศขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์รถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบด้วยการเปิดตัว ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อิเล็กทริก (Porsche Cayenne S Electric) อย่างเป็นทางการ โดยวางตำแหน่งทางการตลาดไว้ระหว่างรุ่นเริ่มต้นและรุ่นเรือธงอย่าง Cayenne Electric Turbo มาพร้อมสมรรถนะการขับเคลื่อนสี่ล้อที่ให้กำลังสูงสุดถึง 666 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จพลังงานที่รวดเร็ว โดยสามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาต่ำกว่า 16 นาที เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการขับขี่และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ระบบขับเคลื่อนของ Cayenne S Electric ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรทั้งเพลาหน้าและเพลาหลัง ให้กำลังรวมปกติอยู่ที่ 400 กิโลวัตต์ หรือ 544 แรงม้า และจะเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 490 กิโลวัตต์ หรือ 666 แรงม้า เมื่อใช้งานระบบ Launch Control ส่งผลให้รถรุ่นนี้มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีระยะทางการวิ่งสูงสุดถึง 653 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP โดยใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีความจุพลังงานรวม 113 กิโลวัตต์ชั่วโมง

นวัตกรรมสำคัญในรุ่นนี้คือการใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันโดยตรง (Direct oil cooling) สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหลัง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในรุ่น Cayenne Turbo ช่วยให้สามารถระบายความร้อนออกจากส่วนประกอบที่นำกระแสไฟได้โดยตรง ส่งผลให้ตัวรถสามารถรองรับการขับขี่ที่ใช้พละกำลังสูงต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อินเวอร์เตอร์ที่เพลาหลังยังใช้วัสดุกึ่งตัวนำประเภท Silicon Carbide ที่รองรับกระแสไฟได้สูงสุดถึง 620 แอมป์ เสริมด้วยระบบจัดการพลังงานที่รองรับการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 400 กิโลวัตต์ ณ สถานีชาร์จที่เหมาะสม

รูปลักษณ์ภายนอกของ ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อิเล็กทริก มีการออกแบบเฉพาะตัวด้วยชุดแต่งกันชนหน้าและหลังสีเทา Volcano Grey Metallic ติดตั้งล้อลาย Cayenne S Aero ขนาด 20 นิ้วเป็นมาตรฐาน ทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกติดตั้งอุปกรณ์พิเศษที่เคยมีเฉพาะในรุ่นเทอร์โบ เช่น ระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) เพื่อการเข้าโค้งที่แม่นยำ และระบบช่วงล่าง Porsche Active Ride ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของตัวรถให้ราบเรียบที่สุดขณะขับขี่ รวมถึงชุดเบรกเซรามิกคอมโพสิต (PCCB) และแพ็กเกจ Sport Chrono ที่มาพร้อมฟังก์ชัน Push-to-Pass สำหรับเรียกพละกำลังเสริม 122 แรงม้า ในช่วงเวลา 10 วินาที

นอกจากด้านสมรรถนะแล้ว Porsche Exclusive Manufaktur ยังได้นำเสนอแพ็กเกจการตกแต่งภายในรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ Interior Style Package ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบจากสตูดิโอ Style Porsche โดยเน้นการใช้โทนสีเขียว Mystic Green Metallic ตัดกับเบาะหนังทูโทนสีดำและสีเขียว Delgada Green พร้อมการเดินตะเข็บอย่างประณีตและการใช้สีเขียว Izabal Green ในรายละเอียดต่าง ๆ เช่น บนพวงมาลัยสปอร์ต GT หน้าปัดเข็มทิศ และนาฬิกาจับเวลา เพื่อสร้างบรรยากาศที่ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแพ็กเกจนี้จะมีให้เลือกสำหรับรถยนต์ในตระกูล Cayenne Electric ทุกรุ่นย่อย

