ข่าว
อีริคสันและดีป้าจับมือต่อยอดความร่วมมือ ขับเคลื่อนนวัตกรรม 5G สู่ภาคอุตสาหกรรมไทย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – อีริคสัน (Ericsson) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หรือ ดีป้า ได้ร่วมลงนามขยายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (MoU) เพื่อขับเคลื่อนการนำ เทคโนโลยี 5G ไปปรับใช้ในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือครั้งนี้จะขยายระยะเวลาเพิ่มอีก 2 ปี หลังจากที่ได้เริ่มร่วมงานกันครั้งแรกในปี 2565 โดยมีเป้าหมายหลักคือการเร่งสร้างนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
การลงนามความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นโดยมีผู้บริหารจากทั้งสององค์กรเข้าร่วม ประกอบด้วย ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า, ดร.ศุภกร สิทธิชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ดีป้า และ มร.อันเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย (Ericsson Thailand) นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และรักษาการเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
หัวใจสำคัญของการต่อยอดความร่วมมือคือการเดินหน้าพัฒนา ห้องปฏิบัติการด้านนวัตกรรมและประสบการณ์ 5G (5GIX Studio) ที่ตั้งอยู่ใน Thailand Digital Valley จังหวัดชลบุรี ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ทดสอบและศูนย์บริการสำหรับเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายและการพัฒนาแอปพลิเคชัน 5G ใหม่ๆ ที่เหมาะกับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งห้องปฏิบัติการแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้เข้ามาพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมต่างๆ เช่น หุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ และระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ
มร.อันเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย (Ericsson Thailand) กล่าวว่า “อีริคสันมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไปสู่สังคมดิจิทัลภายใต้วิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ด้วยการใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญระดับโลกและโซลูชัน 5G ขั้นสูงที่มีความปลอดภัยและยืดหยุ่น เราหวังว่าจะช่วยสร้างระบบนิเวศ 5G ที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วประเทศ”
ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ดีป้า กล่าวเสริมว่า “อีริคสันเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในภารกิจของเราเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย เราจะทำงานร่วมกันกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนากลยุทธ์ที่ก้าวหน้าและส่งเสริมนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” นอกจากนี้ มร. Per Linnér รักษาการเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสวีเดนและประเทศไทยที่แข็งแกร่งขึ้น และชี้ว่าการลงนาม MoU ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการแปลงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ให้เป็นปฏิบัติจริง
การขยายความร่วมมือยังครอบคลุมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และการพัฒนากลยุทธ์ด้านนวัตกรรม โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันสำรวจเทคโนโลยีเกิดใหม่และกรณีการใช้งานต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์ม 5GIX เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศไทย
