Connect with us

ข่าวบันเทิง

“LISA” ปล่อยภาพยนตร์สั้น “Dream” ประกบ “Kentaro Sakaguchi” ตอกย้ำเส้นทางนักแสดงหลังเข้าชิง VMA

Published

on

ลลิษา มโนบาล หรือ LISA ได้เปิดตัวภาพยนตร์สั้นประกอบเพลง “Dream” จากอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก “Alter Ego” โดยได้แสดงประกบคู่กับนักแสดงชาวญี่ปุ่น เคนทาโร่ ซากางุจิ (Kentaro Sakaguchi) การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นการต่อยอดผลงานในเส้นทางสายการแสดงของเธออย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เคยร่วมแสดงในซีรีส์ The White Lotus และเกิดขึ้นหลังจากที่เธอเพิ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV VMA เป็นครั้งที่ 3

ภาพยนตร์สั้น “Dream” นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความทรงจำที่มีต่อคนรักในอดีต ซึ่งสะท้อนผ่านเนื้อหาของบทเพลง โดย LISA และ Kentaro Sakaguchi ได้ร่วมกันถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดจากการจากลา ซึ่งผลงานชิ้นนี้นับเป็นผลงานการแสดงเรื่องที่สองของ LISA อย่างเป็นทางการ

ความสำเร็จของ LISA ในฐานะศิลปินเดี่ยวยังคงดำเนินต่อไป โดยล่าสุดเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV VMA ในสาขา Best K-Pop จากเพลง “Born Again” ซึ่งเป็นผลงานที่ทำร่วมกับ Doja Cat และ RAYE ก่อนหน้านี้ในปีที่แล้ว LISA เคยคว้ารางวัลในสาขาเดียวกันจากเพลง “Rockstar” ในอัลบั้ม Alter Ego และเคยได้รับรางวัลเดียวกันนี้มาแล้วในปี 2022 ส่งผลให้เธอกลายเป็นศิลปินเดี่ยวคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ชนะรางวัลสาขานี้มากกว่าหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ อัลบั้ม Alter Ego ยังเคยขึ้นถึงอันดับ 1 บนชาร์ต Top Album Sales และติดอันดับ 7 บนชาร์ต Billboard 200

สื่อต่างประเทศได้ให้ความสนใจกับความสามารถของ LISA โดย Rolling Stone ระบุว่า “ความสามารถรอบด้านของ LISA คือจุดแข็งสำคัญ และยิ่งชัดเจนมากขึ้นในเส้นทางการแสดงของเธอ ซึ่งเห็นได้จากบทบาทในซีซั่นล่าสุดของ The White Lotus สิ่งเหล่านี้ทำให้ Alter Ego เป็นก้าวแรกที่น่าตื่นเต้นของเส้นทางโซโล่ของ LISA ในอนาคต” ขณะที่ Billboard ได้กล่าวถึงการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของเธอบนเวที Coachella เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า “เป็นการแสดงมีความกระชับ เท่ สร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยพลัง LISA สามารถคุมเวทีขนาดมหึมา รวมถึงผู้ชมมหาศาล ได้อย่างมั่นใจ”

สำหรับผลงานการแสดงเรื่องแรกของ LISA คือซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ของ HBO ซึ่งเธอรับบทเป็น “มุก” พนักงานโรงแรม ปัจจุบัน LISA กำลังอยู่ระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ต BLACKPINK <DEADLINE> World Tour