ข่าว
ซีเมนส์จับมือเอ็นวิเดีย เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมผลิตด้วย AI และ Digital Twin
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ซีเมนส์ (Siemens) และ เอ็นวิเดีย (NVIDIA) ประกาศขยายความร่วมมือครั้งสำคัญ เพื่อเร่งนำเทคโนโลยี Industrial AI (ปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม) และ Digital Twin (การจำลองแบบเสมือนจริง) มาใช้ในภาคการผลิตทั่วโลก การผนึกกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกศักยภาพของโรงงานการผลิตแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเชื่อมต่อความสามารถด้าน AI และการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว (Accelerated Computing) ของ NVIDIA เข้ากับแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์ Siemens Xcelerator ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่การผลิตในโรงงานให้มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น
- อ่าน : SIEMENS x Mercedes-Benz ร่วมกันพัฒนา Digital Energy Twin พลิกโฉมอนาคตการวางแผนโรงงานอย่างยั่งยืน
- อ่าน : รู้จัก รอส คอนลอน (Ross Conlon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SIEMENS ประจำประเทศไทย คนใหม่
- อ่าน : ซีเมนส์ โมบิลิตี้ คว้าสัญญาพัฒนาระบบรางในไทย มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท
เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NVIDIA กล่าวว่า ผู้ผลิตยุคใหม่กำลังเผชิญกับแรงกดดันในการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพการผลิต พร้อมทั้งต้องปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความร่วมมือนี้จะนำ NVIDIA AI และ Accelerated Computing มาสู่องค์กรชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสสำหรับคลื่นเทคโนโลยีใหม่ของ AI ในภาคอุตสาหกรรม
โรแลนด์ บุช (Roland Busch) ซีอีโอของ Siemens กล่าวเสริมว่า AI กำลังพลิกโฉมภาคการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานในระดับรากฐาน ซีเมนส์และเอ็นวิเดียได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตลอดสามปีที่ผ่านมา เพื่อผสาน AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูงเข้ากับชุดข้อมูลและความรู้เฉพาะทางในภาคอุตสาหกรรม และได้เสริมศักยภาพให้แก่บริษัทในหลากหลายอุตสาหกรรม ให้สามารถปลดล็อกศักยภาพของ AI ในระดับที่สามารถนำไปขยายผลได้จริงในโลกแห่งความเป็นจริง การผสานเทคโนโลยีของ Siemens และ NVIDIA จะช่วยให้บริษัทในภาคอุตสาหกรรมการผลิตสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการปฏิบัติงาน ทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความร่วมมือระหว่างทีมงาน
ความร่วมมือครั้งนี้ได้ขยายขอบเขตจากความร่วมมือเดิมในปี 2022 ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อน Industrial Metaverse (เมตาเวิร์สภาคอุตสาหกรรม) โดยเชื่อมต่อเทคโนโลยีจากพอร์ตโฟลิโอของ Siemens Xcelerator เข้ากับแพลตฟอร์ม NVIDIA Omniverse™ ปัจจุบันความร่วมมือได้ครอบคลุมไปถึงด้าน Generative AI (ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์), Industrial AI และ Robotics (วิทยาการหุ่นยนต์)
ซีเมนส์ได้นำเทคโนโลยีของ NVIDIA เข้ามารวมไว้ในแพลตฟอร์ม Siemens Xcelerator โดยเมื่อต้นปีนี้ ซีเมนส์ได้เปิดตัว Teamcenter Digital Reality Viewer ซึ่งเป็นการยกระดับการแสดงผลในระบบการจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Lifecycle Management – PLM) ด้วยการนำความสามารถในการเรนเดอร์แบบ Ray-Tracing (เทคนิคการสร้างภาพที่สมจริง) แบบเรียลไทม์มารวมไว้ใน Teamcenter ทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถจำลองภาพและโต้ตอบกับโมเดลจำลอง Digital Twins ของผลิตภัณฑ์ที่มีความสมจริงทั้งด้านภาพและฟิสิกส์ได้อย่างราบรื่น ช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น HD Hyundai หนึ่งในบริษัทต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้ความสามารถนี้เพื่อจำลองภาพเรือรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนและแอมโมเนีย โดยสามารถจำลองการจัดการชิ้นส่วนนับล้านชิ้นได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการออกแบบที่ใช้เวลาหลายวันให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงด้วย Generative AI
นอกจากนี้ การประสานหน่วยประมวลผล NVIDIA Blackwell เข้ากับ Simcenter Star-CCM+ ซอฟต์แวร์ Computational Fluid Dynamics ของซีเมนส์ ทำให้องค์กรสามารถจำลองภาพและทดสอบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเสมือนจริงด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ BMW Group ใช้ Simcenter Star-CCM+ ที่เร่งความเร็วด้วย NVIDIA Blackwell และไลบรารี NVIDIA CUDA-X™ สามารถเพิ่มความเร็วการประมวลผลขึ้นถึง 30 เท่า ในการจำลองภาพด้านอากาศพลศาสตร์ของรูปทรงยานพาหนะทั้งหมด ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการจำลองอากาศพลศาสตร์ของยานพาหนะ พร้อมลดการใช้พลังงานและต้นทุนไปพร้อมกัน
ซีเมนส์และเอ็นวิเดียยังร่วมกันพลิกโฉมการดำเนินงานของโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมรุ่นใหม่จากซีเมนส์ ซึ่งผ่านการรับรองสำหรับใช้งานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ NVIDIA เพื่อสนับสนุนการประมวลผลทางอุตสาหกรรมด้วย AI ประสิทธิภาพสูงในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อน ฝุ่น และแรงสั่นสะเทือน คอมพิวเตอร์เหล่านี้สามารถตอบสนองภารกิจอัตโนมัติที่ซับซ้อนในภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพและการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ พร้อมเพิ่มความเร็วในการประมวลผล AI ได้สูงสุดถึง 25 เท่า
ระบบ AI Agents ขั้นสูงจะทำงานได้อย่างราบรื่นในพอร์ตโฟลิโอ Siemens Industrial Copilot โดยสามารถดำเนินกระบวนการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมจากมนุษย์ Siemens’ Industrial Copilot for Operations นำ Generative AI มาใช้ในพื้นที่การผลิต และจะได้รับการปรับแต่งให้สามารถทำงานบนระบบภายในองค์กร (on-premises) โดยใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก NVIDIA RTX PRO™ 6000 Blackwell Server Edition นอกจากนี้ Siemens Operations Copilot ยังผสานการทำงานกับไมโครเซอร์วิส NVIDIA NeMo™ และ NVIDIA AI Blueprint สำหรับการค้นหาและสรุปข้อมูลจากวิดีโอ เพื่อให้การช่วยเหลือผ่าน AI แบบเรียลไทม์สำหรับการปฏิบัติงานในโรงงาน และช่วยลดเวลาการบำรุงรักษาเชิงรับ (Reactive Maintenance) ได้ถึง 30%
เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถมองเห็นระบบอุตสาหกรรมได้ครบวงจร 360 องศา และเสริมความแข็งแกร่งให้การดำเนินการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซีเมนส์ยังร่วมมือกับเอ็นวิเดียในการพัฒนาแนวทางใหม่สำหรับความมั่นคงปลอดภัยของเทคโนโลยีปฏิบัติการ (Operational Technology) ด้วยการผสาน NVIDIA BlueField® DPU โดยใช้ประสิทธิภาพของการประมวลผลแบบเร่งความเร็วเพื่อผลักดันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
การขยายความร่วมมือระหว่าง ซีเมนส์ และ เอ็นวิเดีย นี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของนวัตกรรมในภาคการผลิตอุตสาหกรรม ด้วยความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของซีเมนส์ และความเป็นผู้นำในด้านการประมวลผลแบบเร่งความเร็วของเอ็นวิเดีย จะทำให้การผลักดันการนำโซลูชัน AI ไปใช้งานในพื้นที่ผลิต รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
