ข่าว
สาวใหญ่ นครปฐม โดนหนุ่มตีสนิททางเฟซบุ๊ก เชิดรถกระบะหนี ต้องมาผ่อนต่อเอง
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2565 ที่จังหวัดนครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟสบุ๊ก รักจริงไม่ทิ้งกัน โด้โพสเฟสบุ๊กระบายความในใจหลังมีชายหนุ่มนำรถยนต์กระบะไปอ้างว่าจะเอาไปเปลี่ยนล้อแม็กแล้วหายไปทั้งรถและคนติดต่อไม่ได้
ขอความเมตตาจากโลก โซเชียลช่วยกรุณาเจอพบเห็นบุคคลคนนี้ช่วยบอกเราทีบุคคลคนนี้เป็นบุคคลที่อันตรายได้มายิมรถทางเราไปตั้งแต่วันที่ 30 เดือน พฤศจิกายนแล้วได้นำรถเราไปขายใครพบเจอช่วยบอกข่าวให้ที่หรือบอกเบาะแสแล้วเราจะมีรางวัลให้ผู้พบเจอคนนี้ชื่อนายวีรยุทธ ปักษี บ้านอยู่รางกระทุ่มตำบลบางภาษีผู้ใดพบเจอหรือให้เบาะแสเรามีรางวัลให้

ขอความช่วยเหลือจากอพื้อนๆทุกคนหน่อยนะคนๆนี้ใด้มายืมรถไปแล้วไม่นำมาคินก้อฝากบอกคนพบเจอด้วยคนฟนี้คือคนอันตลายแต่ถ้าใครจับตัวใด้ดรามีค่าหัวให้หรือส่งข่าวบอกทางเราให้ ทีช่วยๆแชรกันหน่อ
นนะ
หนูขอความเมตตาเพื่อนๆชาวโซเชียล facebook ทั้งหลายให้เจอบุคคลคนนี้ช่วยบอกเบาะแสให้ทีนะคะเขาได้ไหมยืมรถหนูไปแล้วไม่นำกลับมาคืนถ้า ใครเห็นใครพบเจอแล้วให้เบาะแสหนูจะมีรางวัลให้นะคะเขาชื่อนายวีระยุทธ์ปักศรีค่ะลงในกลุ่มเฟสบุ๊กตามหาตัวบุคคลและรถกระบะโตโยต้าแค๊ปสีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน 2ฒฮ 4227 กทม.ได้หายไปและได้ไปแจ้งความที่สภ.บางเลน

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่และได้พบกับ ผู้เสียหายจากการสอบถามเล่าว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย.65 เวลา 15:00 น. นายกุ้ง 46 ปี ได้โทรมาหาตนบอกว่าจะเอารถไปเปลี่ยนล้อแม็กให้ ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจตนจึงให้เอารถไปจากนั้นนายวีรยุทธได้ถ่ายรูปรถตอนเปลี่ยนล้อแม็กเสร็จแล้วส่งให้ตนดูทางไลน์เพื่อเป็นการยืนยันว่าเปลี่ยนจริง ตนจึงถามกลับไปว่าเปลี่ยนล้อแล้วทำไมยังกลับมาไม่ถึงบ้านสักทีนี่มันก็ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้ว นายวีรยุทธก็ตอบกลับมาว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะถึงแล้ว ตนก็รอยันเที่ยงคืน นายวีรยุทธก็ยังมาไม่ถึง และตนได้เผลอหลับไปตอนเช้าตื่นมาอีกทีก็ยังไม่เห็นรถมาจอดอยู่ที่บ้าน จึงตัดสินใจตามไปที่บ้านของนายวีรยุทธ เพื่อไปดูว่ารถอยู่ที่บ้านของนายวีรยุทธหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าก็ไม่เจอรถแล้วตัวของนายวีรยุทธ จากนั้นตนก็ตัดสินใจโทรไปหานายวีรยุทธอีกครั้งเพื่อถามว่ารถอยู่ที่ไหน นายวีรยุทธก็ตอบกลับมาอีกว่ากำลังเอารถไปทำอยู่ แล้วเมื่อวานก็บอกว่าเอาไปทำเสร็จแล้วไม่ใช่หรอ นายวีรยุทธก็ตอบกลับมาอีกว่าก็อยากให้มันสวยกว่านี้อีก
ตอนนั้นจิตใจตนไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วจึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.บางเลน ไว้เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.65 พอแจ้งความเสร็จตำรวจกลับตอบว่าทำอะไรไม่ได้หาว่าตนเป็นคนสมรู้ร่วมคิด และเป็นคนที่ให้กุญแจกับนายวีรยุทธไปเอง กุญแจกับรถอยู่กับเราถ้าเราไม่ให้กุญแจกับเขาไปแล้วในวีรยุทธจะเอารถไปได้อย่างไร
ทั้งๆที่ตนก็มีหลักฐานข้อมูลที่คุยกันผ่านทางไลน์ และนายวีรยุทธก็บ่ายเบี่ยงในการเอารถมาคืนตลอดบอกว่าจะเอารถมาคืนภายในวันที่ 2 ธ.ค.65 ก็ไม่เอามาคืน คอยแล้วคอยเล่าก็ไม่เอามาตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความเป็นครั้งที่ 2 ตำรวจ สภ.บางเลน ก็รับเรื่องเหมือนเดิม และก็บอกว่าเป็นสมรู้ร่วมคิดอีก สุดท้ายจนต้องร้องกับสื่อให้ช่วยอีกแรง
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงถาม ผู้เสียหาย ว่าไปรู้จักกับนายกุ้งได้อย่างไรนางสาวศิวพรเล่าว่าตนได้รู้จักกับนายวีรยุทธท เฟสบุ๊ค นายกุ้งได้ขอแอดมาเป็นเพื่อนจากนั้นก็ได้คุยกัน ได้มาแซว แล้วก็มาช่วยขายของที่ร้านจนมาตีสนิท จากความเชื่อใจของตนว่า นายกุ้งคงไม่คิดจะทำอะไรยืมรถไปเดี๋ยวก็คงเอามาคืนปกติก็เคยยืมไปแล้วก็เอามาคืน ตนได้รู้จักกับนายวีรยุทธมา 3 เดือน มาช่วยตนขายของอยู่ที่โรงเรียนบางเลนวิทยาตลอดลูกของนายกุ้งก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้เช่นกันทั้งครูที่โรงเรียนก็รู้จักกับนายวีรยุทธก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรคิดว่านายกุ้งเป็นคนดี นายกุ้งเคยได้ยืมรถตนไป 2 ครั้งทุกครั้งก็เอามาคืนตลอด ตนเห็นว่านายกุ้งรู้จักคนที่โรงเรียนก็ไม่คิดว่านายกุ้งจะเป็นคนแบบนี้ไปได้ ตนจึงวอนผ่านสื่อฝากไปถึงนายกุ้งว่าให้เอารถมาคืนตนตนก็จะถอนแจ้งความให้ เพราะอยากได้รถคืนเพื่อมาทำมาหากิน เพราะรถก็ยังผ่อน อยู่ ผ่อนไปแล้ว 29 งวดงวดละ 8,500 บาท ผ่อนทั้งหมด 7 ปี ตอนนี้ตนลำบากมาก จึงอยากให้เอารถมาคืนเพื่อจะได้มีรถทำมาหากินต่อไป
