ข่าว
ผลสำรวจ Cisco AI Readiness Index 2025: องค์กรที่พร้อม AI กวาดโอกาสทางธุรกิจสูงกว่า 3 เท่า
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลการศึกษาล่าสุดจาก ซิสโก้ (Cisco) เปิดเผยว่า กลุ่ม Pacesetters ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดเล็กที่มีความมุ่งมั่นและดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอในการนำ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ มีโอกาสสูงกว่าคู่แข่งถึง 3 เท่า ในการนำโครงการทดลอง AI ไปสู่การใช้งานจริง และมีโอกาสมากกว่า 20% ที่จะเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จากการใช้ AI โดยกลุ่ม Pacesetters นี้คิดเป็น 21% ขององค์กรที่สำรวจในประเทศไทย และ 13% ทั่วโลก ซึ่งการค้นพบนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความพร้อมนำมาซึ่งมูลค่าที่แท้จริง” ในทุกมิติของธุรกิจ
รายงาน ‘ดัชนีความพร้อมด้าน AI ประจำปี 2568 (Cisco AI Readiness Index 2025)’ ครั้งที่ 3 ของ Cisco ซึ่งสำรวจผู้นำด้าน AI กว่า 8,000 คน ใน 30 ตลาด และ 26 อุตสาหกรรม ทั่วโลก ได้เผยแนวทางของกลุ่ม Pacesetters ที่สร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Resilience) ผ่านการใช้แนวทางเชิงระบบที่เป็นระเบียบ ซึ่งสร้างความสมดุลระหว่างตัวขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์กับข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดย 98% ของกลุ่มนี้ได้ออกแบบเครือข่ายของตนให้พร้อมรับมือกับการเติบโต การขยายขนาด และความซับซ้อนของ AI ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทในประเทศไทยที่ทำได้เพียง 52% นอกจากนี้ ผลการศึกษายังเน้นย้ำถึงความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นอย่าง AI Agents และ AI Infrastructure Debt ที่อาจบ่อนทำลายมูลค่า AI ในระยะยาว

นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ (Cisco) ประเทศไทย และเมียนมาร์ กล่าวว่า “ผลการศึกษาความพร้อมด้าน AI ของ Cisco ในปีนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ‘ความพร้อมนำมาซึ่งมูลค่าที่แท้จริง’ ในทุกๆ ด้าน กลุ่ม Pacesetters พิสูจน์ให้เห็นสิ่งนี้ พวกเขามีโอกาสมากกว่า 3 เท่า ในการนำโครงการทดลอง AI สู่การใช้งานจริง และมีโอกาสมากกว่าถึง 20% ที่จะเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จากการใช้ AI ในขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังนำ AI agents มาใช้งาน ความสำเร็จของพวกเขาขึ้นอยู่กับความพร้อม การมีวินัย และการลงมือทำ”
การวิจัยของ Cisco ยังระบุถึงลักษณะเด่นของกลุ่ม Pacesetters ที่สร้างผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ โดยพวกเขามีการ ผนวก AI เข้าเป็นแกนหลักของธุรกิจ มีแผนงานด้าน AI ที่ชัดเจน (99% เทียบกับ 73% ในประเทศไทย) และมีกลยุทธ์การจัดหาเงินทุนระยะสั้นและระยะยาว (96% เทียบกับ 55% ในประเทศไทย) พวกเขายัง สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสำหรับการเติบโต โดย 71% ของกลุ่มนี้ระบุว่าเครือข่ายของพวกเขามีความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่และสามารถขยายได้ทันทีสำหรับโครงการ AI (เทียบกับ 27% ในประเทศไทย) นอกจากนี้ กลุ่มผู้นำยัง สามารถนำร่องโครงการไปสู่การใช้งานจริงได้สำเร็จ โดย 77% ได้ทำโครงการใช้งาน AI เหล่านั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว (เทียบกับ 27% ในประเทศไทย) และ 95% มีการติดตามผลกระทบจากการลงทุนด้าน AI ซึ่งสูงกว่าองค์กรอื่นๆ มากกว่าสองเท่า
สำหรับประเด็นด้าน AI agents นั้น ดัชนีพบว่า 98% ขององค์กรในประเทศไทยวางแผนนำมาใช้งาน และ 31% คาดว่าจะให้ AI agents ทำงานร่วมกับพนักงานในปีหน้า แต่สำหรับบริษัทส่วนใหญ่แล้ว โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม โดย 29% ระบุว่าเครือข่ายของตนไม่สามารถรองรับความซับซ้อน หรือปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ รายงานยังได้นำเสนอแนวคิดใหม่คือ “ภาระหนี้โครงสร้างพื้นฐาน AI” (AI Infrastructure Debt) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าของคอขวดที่อาจบ่อนทำลายมูลค่า AI โดยสัญญาณเตือนได้เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เช่น 61% ประสบปัญหาในการ รวมศูนย์ข้อมูล (Centralize Data) และมีเพียง 31% เท่านั้นที่มีความจุ GPU ที่เพียงพอ ปัญหาเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างความมุ่งมั่นด้าน AI (AI Ambition) กับความพร้อมในการปฏิบัติงาน (Operational Readiness) ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรจำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลง
ผลการศึกษาดัชนีความพร้อมด้าน AI ของซิสโก้ ปี 2568 เป็นผลการศึกษาระดับโลก ซึ่งดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 โดยอิงจากการสำรวจแบบ double-blind กับผู้นำระดับสูงด้าน IT และธุรกิจ 8,000 คน ที่รับผิดชอบกลยุทธ์ด้าน AI ในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 500 คน ครอบคลุม 26 อุตสาหกรรม
