Connect with us

ข่าว

“พี่ศรี” ศรีสุวรรณ จรรยา ย่องดูสภาพรื้อบ้านโบราณเมืองที่ จ.แพร่ ได้หลักฐานสำคัญ

กรมศิลป์ฯละเลยเมื่อมีการร้องขอให้ตรวจสอบ ส่วนจังหวัดแพร่และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 ทำโดยพละการ ยันตรวจสอบให้ถึงที่สุดทั้งคดีและการใช้งบประมาณ จังหวัดยกเลิกจ้างซ่อมแซมคืนเงินสู่คลัง

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวแพร่

เมื่อเวลา 14.00. น.วันที่. 7 กรกฎาคม 2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้ยื่นหนังสือถึง ปปช. กรณีทางราชการรื้อบ้านโบราณสำคัญทางประวัติศาสตร์ทำไม้เมืองแพร่ ได้เดินทางมาที่จังหวัดแพร่ เพืี่อดูสภาพบ้านในสถานที่จริงบริเวณสวนรุกขชาติเชตวัน เทศบาลเมืองแพร่ พร้อมกับนายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส. จังหวัดแพร่ พบการทำงานอยู่ภายใต้การดูและของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีนายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปการสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของการรื้ออาคารดังกล่าว พร้อมทั้งเล่าประวัติความเป็นมาจากบริษัทบอมเบเบอร์ม่ามาตั้งอาคารชั่วคราวเพื่อตรวจนับจำนวนไม้ก่อนล่องซุงเข้าลำน้ำเจ้าพระยา และเกิดน้ำท่วมใหญ่อาคารบอมเบเบอร์ม่า ถูกน้ำพัดเสียหาย ต่อมาบริษัทอิสเอเซียร์ติค เข้ามารับช่วงสร้างอาคารใหม่ แต่ใช้งบประมาณอย่างไรไม่มีหลักฐาน หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กระทรวงมหาดไทย อยู่ในความดูแลของกรมตำรวจจากนั้นระบบราชการเปลี่ยนแปลงจึงตกอยู่กับกรมป่าไม้ นอกจากนี้นยังมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติม แต่ต่อมาแม่น้ำยมเปลี่ยนทิศทาง ทำให้ที่ดินบางส่วนถูกน้ำกัดเซาะอยู่ในน้ำกว่า 10 ไร่ ต่อมากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชมารับผิดชอบในปัจจุบัน โครงการซ่อมแซมเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2561 โดยทางจังหวัดมีนโยบายอนุรักษ์อาคารที่อยู่นอกเขตเมืองเก่าแต่อยู่ในที่ดินราชพัสดุหรือกรมธนารักษ์ ซึ่งคืออาคารที่ถูกรื้อ กับอาคารมิชชันนารี ที่อยู่ในศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดแพร่

ทางนายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 กล่าวว่า ในส่วนบ้านเขียวหรืออาคารที่ถูกรื้อไป จึงมีแผนฟื้นฟู และทางหัวหน้าสวนรุกชาติเชตวันได้เข้าร่วมประชุมกับทางจังหวัดเมื่อมีแผนซ่อมแซมอาคาร หัวหน้าสวนรุกขชาติได้ทำหนังสื่อสอบถามถึงวิธีแนวทางปฏิบัติกับการใช้งบประมาณฟื้นฟูบ้านที่เป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ถึงผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ แต่ไม่ได้รับคำชี้แจงกลับมาแต่อย่างใด จนถึงปี 2563 งบประมาณตกมาจึงต้องดำเนินการ ภายใต้ความไม่คิดว่าจะผิดกฏหมาย เพราะกรมศิลป์ฯ เองก็ไม่ได้แจ้งใดๆกลับมา

นายอิศเรศฯ กล่าวอีกว่า งบประมาณที่ทำการรื้อถอน ทั้งหมด ทางผู้รับเหมายินดีคืนเงินงบประมาณทั้งหมดสู่คลังและกำลังอยู่ระหว่างการทำสัญญาเลิกจ้าง และจากนั้นอาคารดังกล่าวจะอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร และใช้งบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งประมาณการ 20-30 ล้านบาท
นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ กล่าวว่า เหตุการที่เกิดขึ้นมาจากระบบราชการที่ล้าหลัง ไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนท้องถิ่น และดำเนินการโดยพละการ ไม่ให้ความสำคัญกับกฏหมายหลายฉบับ มุ่งไปที่อำนาจของตนเองจนเกิดความเสียหาย

ทางนายศรีสุวรรณ จรรยา กล่าวว่า ตนต้องติดตามต่อเนื่องมาดูสถานที่จริง ดูการสอบสวน ติดตามอย่างต่อเนื่องและเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานเพื่ออนุรักษ์บ้านดังกล่าว รวมทั้งหน่วยราชการที่ทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจ การมาครั้งนี้พบเอกสารสำคัญที่ชี้ชัดว่าสวนรุกขชาติและสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ได้ส่งเรื่องให้กรมศิลปากรดูแล้วแต่กรมศิลป์ฯไม่ให้ความสนใจไม่มาดูไม่นัดประชุม ไม่ตอบจดหมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญที่จะหาผู้กระทำผิดเพิ่มโดยขณะนี้ได้ยื่นฟ้องไปแล้ว

Continue Reading
Advertisement