ข่าว
ศบค. ลดเวลาเคอร์ฟิว เป็น 5 ทุ่ม-ตี 4 ร้อมผ่อนปรนระยะที่ 2 เริ่ม 17 พ.ค.นี้ ย้ำ ปชช. และผู้ประกอบการห้ามประมาทเด็ดขาด
วันนี้ (15 พ.ค.) ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาลไวรัสสายพันธุ์ใหม่ COVID-19 ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงข่าวเพื่อรายงานสถานการณ์การติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ศบค. ว่า สถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยอยู่อันดับที่ 68 พบผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย ทำให้ตัวเลขสะสมอยู่ที่ 3025 ราย / รักษาหายแล้ว 2,854 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 56 ราย
โดยผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง 7 ราย เป็นเพศชาย 6 ราย และเพศหญิง 1 ราย อายุเฉลี่ยนอบู่ที่ 17 – 31 ปี โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่สืบค้นมาจากการตรวจคัดกรองจากคนไทยเดินทางกลับมาจากประเทศปากีสถานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา หรือ State Quarantine ซึ่งวันนี้ยังไม่มีตัวเลขในการแพร่เชื้อในประเทศไทย แต่เกิดจากการติดเชื้อจากต่างประเทศ และถูกกักตัวในสถานที่ที่รัฐบาลจัดให้
ด้านปลัดกระทรวงมหาดไทย ในการดูแลการจัดกิจกรรม-กิจการ ได้มีการผ่อนปรนให้เปิดทั้งหมด 200,000 กว่าที่ พบว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือมากถึง 87.67% ส่วนที่ให้ความร่วมมือน้อย คือ รถเข็น หาบเร่ แผงลอย ตลาดน้ำ ตลาดนัด ร้านค้าปลีก และร้านค้าชุมชน
สำหรับมาตรการผ่อนปรนระยะ 2 จะเป็นการผ่อนปรนในกิจกรรมและกิจการสีเขียว หลังจากระยะแรกเป็นกลุ่มสีขาว โดยกิจการสีเขียว คือ กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเกณฑ์ปานกลาง
กลุ่มกิจการด้านเศรษฐกิจการดำเนินชีวิตประจำวัน เปิดเพิ่ม ได้แก่
- กลุ่ม ก. ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มในอาคารสำนักงาน โรงอาหารหรือศูนย์อาหารภายในหน่วยงาน รายละเอียด ดังนี้
- ให้เปิดได้โดยอาจให้นำกลับไปบริโภคที่อื่น
- หากเปิดให้ใช้บริการในสถานที่นั้นก็สามารถทำได้โดยต้องจัดระเบียบการเข้าใช้บริการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคและคำแนะนำของทางราชการ
- ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน
- กลุ่ม ข. ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ฯลฯ เบื้องต้นให้เปิดและปิดบริการได้ 10.00 – 20.00 น. เริ่ม 17 พ.ค. 2563 ซึ่งเวลาอาจต้องรอประกาศทางการอีกครั้ง สำหรับรายละเอียด ดังนี้
- สินค้าอุปโภค ร้านขายปลีกธุรกิจคอมพิวเตอร์ หนังสือ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง อุปกรณ์กีฬา สินค้าภายในครัวเรือน ฯลฯ
- สินค้าโภคภัณฑ์ ทอง เครื่องประดับ
- บริการอินเตอร์เน็ต ซักอบรีด ซ่อมแซมเครื่องใช้อุปกรณ์ ถ่ายเอกสาร ซ่อมเปลี่ยนประดับยนต์ ล้างรถยนต์
- ธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล
- บริษัทประกันภัย ประกันชีวิต
- คลินิกเสริมความงาม สถานทันตกรรม
- ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม เปิดสระสระ ตัด ซอย แต่งผม ร้านทำเล็บ
- ร้านอาหาร ภัตตาคาร FoodCourt ศูนย์อาหาร
กลุ่มกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย หรือการดูแลสุขภาพ
- คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม ทั้งนี้ คลินิกเสริมความงามอนุญาตดำเนินการเฉพาะเรือนร่าง ผิวพรรณ และเลเซอร์ แต่ไม่อนุญาตการเสริมความงามที่ใบหน้า เนื่องจากยังมีความเสี่ยง
- โรงยิม สถานที่ออกกำลังกายในร่มสถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส โดยฟิตเนตเปิดเฉพาะส่วนฟรีเวท คือ ไม่มีการออกกำลังกายแบบรวมกลุ่ม และห้ามใช้ลู่วิ่ง จักรยานปั่น ฯลฯ โดยกีฬาต้องไม่มีการปะทะกัน
- สระว่ายน้ำสาธารณะ กลางแจ้งและในที่ร่ม จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการตามจำนวนเลนของการว่าย
กลุ่มอื่น ๆ
- ห้องประชุมโรงแรม ศูนย์ประชุม เปิดเฉพาะบริการจัดประชุมองค์กร ลักษณะประชุมจำกัดจำนวน
- ห้องสมุดสาธารณะ แกลอรี่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ
- โรงถ่ายละคร ไม่เกิน 50 คน
นอกจากนี้ ในส่วนเคอร์ฟิวมีการขยายเวลา จาก 22.00 น. เป็นเวลา 23.00 น.- 04.00 น. และยังคงงดหรือชะลอการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด และการเดินทางข้ามราชอาณาจักร ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ยังคงใช้มาตรการเดิม สิ่งสำคัญ เมื่อผ่อนปรนจะมีคนไข้เพิ่ม 2 หลัก ต้องเตรียมพร้อมเตียงในสถานพยาบาล ความพร้อมต่าง ๆ มากขึ้น อย่าลืมว่า เมื่อผ่อนปรนย่อมมีความเสี่ยง
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงมาตรการการนั่ง หรือเว้นระยะห่างทางสังคม ตามขนส่งสาธารณะ ประชาชนเริ่มกลับมาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งจะมีการยืนเยียดเสียดกัน เป็นการสวนกับของมาตรการของภาครัฐนั้น จะยกเลิกมาตรการการนั่งเว้นที่หรือไม่ นายแพทย์ทวีศิลป์ เผยว่า การออกมาตรการไปนั้นประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนจะต้องนำไปสร้างความเข้าใจ ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องนำมาตรการไปใช้ หรือจะต้องให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงการไม่พูดไม่สนทนากันขณะที่ยังอยู่ในรถขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะต้องมีความร่วมมือทางผู้บริการและผู้รับบริการ ซึ่งมาตรการผ่อนปรนมาพร้อมกับความเสี่ยง ทุกคนที่ออกจากบ้านจะต้องยอมรับถึงความเสี่ยง และทุกคนจะต้องปกป้องตนเองและผู้อื่นด้วย ตนขอความร่วมมือเหมือนเดิม
